ฉีดโบท็อก

การ ฉีดโบท็อก เป็นหัตถการยอดนิยมที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้า รวมไปถึงการลิฟติ้งยกกระชับ ให้ผิวดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าสาร Botulinum Toxin คืออะไร? ทำงานอย่างไร? และสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาด้านใดได้บ้าง บทความนี้เราจะพาไปรู้จักการฉีดโบท็อก ตั้งแต่หลักการทำงาน ตำแหน่งที่นิยมฉีด ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเหมาะกับแต่ละบุคคล

สรุปประเด็นสำคัญ

  • โบท็อกคือการฉีดสาร Botulinum Toxin A เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว
  • ช่วยลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และยกกระชับผิวให้ดูอ่อนเยาว์
  • เห็นผลภายใน 1–2 สัปดาห์ และอยู่ได้นานประมาณ 4–6 เดือน
  • ฉีดได้หลายตำแหน่ง เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ตีนกา กราม คอ บ่า ไหล่ และน่อง
  • ปริมาณยูนิตแตกต่างกันตามตำแหน่งและโครงสร้างกล้ามเนื้อแต่ละคน
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องฉีดซ้ำเมื่อฤทธิ์ยาหมด
  • ควรใช้โบท็อกแท้ และฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัย
ฉีดโบท็อก คืออะไร?

ฉีดโบท็อก คืออะไร?

โบท็อก เป็นชื่อทางการค้าของสารโบทูลินัมท็อกซินเอ (Botulinum Toxin A) ซึ่งสกัดมาจากแบคทีเรีย คลอสทริเดียมโบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ที่สร้างสารพิษชื่อ โบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin)

จริงๆ แล้วสารโบทูลินัมมี 7 ชนิด คือ โบทูลินัมชนิดเอ-จี (Botulinum Type A-G) แต่ชนิดที่มีคุณสมบัติดีและใช้ในทางการแพทย์มี 2 ชนิด คือ โบทูลินัมชนิดเอ (Botulinum Type A) ใช้ในทางความงาม และโบทูลินัมชนิดบี (Botulinum Type B) ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

หลักการทำงานของโบท็อก (สารลดเลือนริ้วรอย)

สารโบทูลินัมท็อกซินมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์ประสาทไม่ให้ผลิตสารอะซีติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารที่สั่งให้กล้ามเนื้อยืดและหดตัว ส่งผลให้ “กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว” โดยเมื่อนำสารสารโบทูลินัมท็อกซินมาสกัดให้บริสุทธิ์ สามารถนำไปใช้รักษาทางการแพทย์และเพื่อความงามได้

ตัวยาโบท็อกออกฤทธิ์อย่างไร?

ตัวยาโบท็อก (Botulinum Toxin) จะออกฤทธิ์ตามลำดับดังนี้

  1. จับกับปลายประสาท
    โบท็อกจะเข้าไปจับกับปลายประสาทที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด
  2. ยับยั้งสารสื่อประสาท
    ตัวยาจะยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า อะซีทิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ
  3. กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว
    เมื่อสารสื่อประสาทถูกยับยั้ง กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดจะคลายตัวและทำงานลดลงชั่วคราว
  4. เห็นผลลัพธ์หลังการรักษา

ผิวบริเวณที่ฉีดดูตึงขึ้น ริ้วรอยจางลง เช่น รอยตีนกา รอยขมวดคิ้ว รอยย่นหน้าผาก รวมถึงช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อที่มีขนาดใหญ่หรือแข็งแรง เช่น กล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าดูนิ่มและเรียวขึ้น

 

หมอบ๊วย ฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อก มีข้อดีอย่างไร?

  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น พร้อมชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่
  • ช่วยให้ใบหน้าดูกระชับ เรียบตึง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม ทำให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น
  • สามารถฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อในบริเวณที่ต้องการได้ เช่น น่อง ปีกจมูก และกราม
  • นอกจากด้านความงาม ยังสามารถใช้ในการรักษาทางการแพทย์ได้ เช่น โรคตาเหล่ และอาการปวดจากกลุ่มออฟฟิศซินโดรม

👉 อ่านเพิ่มเติม : Barbietox โปรแกรมแก้ปวดคอ บ่า ไหล่ และออฟฟิศซินโดรม

ตำแหน่งและบริเวณที่นิยม ฉีดโบท็อก

จุดฉีดโบท็อกบริเวณใบหน้า

  • ฉีดโบริ้วรอย ช่วยให้ผิวตึงกระชับ เรียบเนียน
  • โบท็อกระหว่างคิ้ว แก้ปัญหารอยย่นระหว่างคิ้ว
  • โบท็อกหน้าผาก ลดรอยย่นบนหน้าผาก
  • โบท็อกตีนกา ลดริ้วรอยตีนกาและรอยย่นบริเวณหางตา
  • โบท็อกยกหางตา แก้ปัญหาหนังตาตก หางตาตก
  • โบท็อกคิ้ว ช่วยยกคิ้วและปรับโหงวเฮ้ง
  • โบท็อกกราม กระชับกรอบหน้า ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น
  • โบท็อกลิฟต์หน้า ช่วยยกกระชับกรอบหน้าให้ดูเรียวและคมชัด
  • โบท็อกลดโหนกแก้มสูง ช่วยลดขนาดโหนกแก้มที่ดูใหญ่
  • โบท็อกปีกจมูก ลดปีกจมูกบาน และช่วยให้รูจมูกดูแคบลง
  • โบท็อกยกมุมปาก แก้ปัญหาปากคว่ำและมุมปากตก
  • โบท็อกยิ้มเห็นเหงือก ลดการยกขึ้นของริมฝีปากบนขณะยิ้ม

จุดฉีดโบท็อกบริเวณแขน ขา และลำตัว

  • โบท็อกน่อง ลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง ทำให้ขาดูเรียวสวย
  • โบท็อกแขน ลดขนาดต้นแขน ให้แขนดูเรียวขึ้น

จุดฉีดโบท็อกเพื่อแก้อาการต่าง ๆ

  • โบท็อกลดเหงื่อ ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ และฝ่าเท้า
  • โบท็อกรักแร้ ลดเหงื่อใต้วงแขน และช่วยลดกลิ่นกาย
  • โบท็อกคอ บ่า ไหล่ ลดอาการปวดตึงและปวดเมื่อยเรื้อรัง
  • โบท็อกออฟฟิศซินโดรม ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า ไหล่
  • โบท็อกไมเกรน ใช้ในการรักษาอาการปวดศีรษะเรื้อรัง
  • โบท็อกตากระตุก ช่วยแก้อาการตากระตุก
ฉีดโบท็อก บริเวณไหนได้บ้าง?

ฉีดโบท็อก แต่ละตำแหน่ง ใช้กี่ยูนิต?

ปริมาณยูนิตที่ใช้ในการฉีดโบท็อกจะแตกต่างกันไปในแต่ละตำแหน่ง และขึ้นอยู่กับโครงสร้างกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปมีปริมาณดังนี้

  • โบท็อกหน้าผาก ประมาณ 30 ยูนิต
  • โบท็อกระหว่างคิ้ว ประมาณ 25 ยูนิต
  • โบท็อกตีนกา / หางตา ประมาณ 25 ยูนิต
  • โบท็อกปีกจมูก ประมาณ 25 ยูนิต
  • โบท็อกลิฟต์กรอบหน้า ประมาณ 30–50 ยูนิต
  • โบท็อกลดกราม ประมาณ 50–100 ยูนิต
  • โบท็อกรักแร้ ประมาณ 50–100 ยูนิต
  • โบท็อกลดกล้ามแขน ประมาณ 200 ยูนิต
  • โบท็อกน่อง ประมาณ 200 ยูนิต

ข้อจำกัดของการฉีดโบท็อก

การฉีดโบท็อกไม่ใช่หัตถการที่ให้ผลลัพธ์ถาวร เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 6 เดือน ฤทธิ์ของโบท็อกจะค่อย ๆ หมดลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อและริ้วรอยบริเวณที่ได้รับการรักษากลับมาทำงานตามปกติอีกครั้ง เนื่องจากตัวยาไม่สามารถยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อได้อย่างถาวร

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดโบท็อก

  • อาจมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือเขียวเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะค่อย ๆ จางหายไปเองตามธรรมชาติ
  • อาจพบรอยนูนเล็ก ๆ จากการฉีด โดยทั่วไปจะยุบหายภายใน 1–2 ชั่วโมง
  • บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ หรือปวดบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย ซึ่งมักหายไปได้เอง
  • อาจรู้สึกหน้าแข็งตึง หรือยิ้มได้ไม่สุด ซึ่งมักเกิดจากการใช้โบท็อกในปริมาณที่มากเกินไป
  • อาจทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดแห้งขึ้น ควรทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ

หากฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผล อาจเกิดจากภาวะดื้อโบท็อก ควรงดการฉีดซ้ำและปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ โดยแนวทางการรักษาและผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

เปรียบเทียบ รีวิวฉีดโบท็อก ก่อน-หลังทำ ต่างกันอย่างไร ?

รีวิว ฉีดโบท็อก
รีวิว ฉีดโบท็อก 12
รีวิว ฉีดโบท็อก 2
รีวิว ฉีดโบท็อก 4
รีวิว ฉีดโบท็อก 5
รีวิว ฉีดโบท็อก 7
รีวิว ฉีดโบท็อก 8
รีวิว ฉีดโบท็อก 9
รีวิว ฉีดโบท็อก 10
รีวิว ฉีดโบท็อก 14
รีวิว ฉีดโบท็อก 15
รีวิว ฉีดโบท็อก 17
รีวิว ฉีดโบท็อก 11

ฉีดโบท็อกอันตรายไหม? อยากฉีดโบท็อกอย่างปลอดภัยต้องรู้อะไรบ้าง?

การฉีดโบท็อกสามารถทำได้อย่างปลอดภัย หากเลือกใช้ โบท็อกของแท้ที่ได้มาตรฐาน ฉีดในปริมาณที่เหมาะสม และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ การฉีดอย่างถูกวิธีจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและลดความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อก แพทย์แนะนำให้คนไข้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นโบท็อกแท้ ผู้เข้ารับบริการสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองเบื้องต้น เพื่อให้มั่นใจว่าตัวยาที่ใช้มีคุณภาพ ปลอดภัย และผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

หากใช้โบท็อกปลอมหรือโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน นอกจากฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือผลลัพธ์ไม่ตรงตามที่ต้องการ ยังอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ เช่น หน้าแข็ง ดูไม่เป็นธรรมชาติ ยิ้มไม่สุด หรือรูปหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม

👉 อ่านเพิ่มเติม : โปรแกรม อาร์จีบี (Argibe) Toxin ลดเลือนริ้วรอย ลดอาการดื้อโบ

อันตรายจากโบท็อกปลอม

การฉีดโบท็อกปลอมหรือโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดอันตรายและผลข้างเคียง เช่น

  • ฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือหมดฤทธิ์เร็ว
  • กรามไม่ลด หน้าไม่ตึงกระชับ
  • ตัวยากระจายไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่น
  • หนังตาตก ปากเบี้ยว ใบหน้าผิดรูป
  • เสี่ยงต่อการแพ้ การติดเชื้อ หรือการอักเสบรุนแรง
  • เสี่ยงต่อการเกิดภาวะดื้อโบท็อก

ในบางกรณี ผู้ที่เลือกฉีดโบท็อกในราคาถูกเกินจริง หรือฉีดกับหมอกระเป๋า มักไม่ได้รับการฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง รวมถึงตัวยาอาจไม่ได้รับการเก็บรักษาตามมาตรฐาน ทำให้คุณภาพของโบท็อกเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือในกรณีรุนแรงอาจทำให้หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว หรือหนังตาตกได้

👉 อ่านเพิ่มเติม : ดื้อโบท็อก คืออะไร เกิดจากสาเหตุอะไร มีวิธีแก้ไขและป้องกันอย่างไร?

ทำไมฉีดโบ (Toxin) สารลดเลือนริ้วรอย แล้วจึงไม่เห็นผลทันที

เซลล์ผิวหนังของเรามีกระเปาะเก็บสารสื่อประสาทอยู่ แม้ฉีดสารลดเลือนริ้วจะเริ่มทำงานด้วยการบล็อกสารสื่อประสาททันที แต่ก็ต้องรอให้สารสื่อประสาทชุดเก่าหมดไปเสียก่อน โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์จึงจะเริ่มเห็นผลของโบ

โบท็อกแต่ละยี่ห้อ แตกต่างกันอย่างไร?

โบท็อก Allergan (อเมริกา)

  • จุดเด่น: การกระจายตัวแคบ ออกฤทธิ์แม่นยำและตรงจุด
  • ระยะเวลาผลลัพธ์: ประมาณ 5–6 เดือน

โบท็อก Xeomin (โบเยอรมัน)

  • จุดเด่น: กระจายตัวดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะดื้อโบท็อก
  • ระยะเวลาผลลัพธ์: ประมาณ 4–6 เดือน

โบท็อก Dysport (อังกฤษ)

  • จุดเด่น: ออกฤทธิ์เร็ว และกระจายตัวเป็นวงกว้าง
  • ระยะเวลาผลลัพธ์: ประมาณ 4–6 เดือน

โบท็อก Inbo (เกาหลี)

  • จุดเด่น: ออกฤทธิ์ไว เห็นผลเร็ว ราคาย่อมเยา และเป็น สารออกฤทธิ์บริสุทธิ์มากกว่า 99.99%
  • ระยะเวลาผลลัพธ์: ประมาณ 4–6 เดือน

โบท็อก Aestox (เกาหลี)

  • จุดเด่น: ออกฤทธิ์ไว เห็นผลเร็ว แต่อยู่ได้น้อยกว่า Allergan และราคาย่อมเยา
  • ระยะเวลาผลลัพธ์: ประมาณ 4–6 เดือน

โดยทั่วไปแล้ว โบท็อกแต่ละยี่ห้อจะมีระยะเวลาการออกฤทธิ์และผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตัวยา กรรมวิธีการทำให้บริสุทธิ์ ชนิดของ Protein Complex และขนาดของ Molecule Complex ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อความแตกต่างของโบท็อกมากที่สุด คือ ขนาดของ Molecule Complex นั่นเอง

วิธีปฏิบัติตัวก่อน ฉีดโบท็อก

  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการรักษา เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้เลือดไหลเวียนมากขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ
  • งดใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen, Naproxen รวมถึงวิตามินอี น้ำมันปลา และใบแปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนฉีด เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ
  • งดสครับหน้า และงดใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น กลุ่มกรดวิตามิน A, AHA และเรตินอล ก่อนฉีดโบท็อกประมาณ 1–2 วัน
  • หากเคยทำหัตถการเลเซอร์ การฉีดสารเติมเต็ม (ฟิลเลอร์) หรือการผ่าตัดมาก่อน ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทุกครั้ง

วิธีปฏิบัติตัวหลัง ฉีดโบท็อก

  • งดนวด กด หรือคลึงบริเวณที่ฉีด อย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงหลังการรักษา
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 1–2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการนอนราบเป็นเวลา 3–4 ชั่วโมงหลังฉีด
  • งดการทำหัตถการเลเซอร์ ทรีทเมนต์ ซาวน่า หรือกิจกรรมที่ใช้ความร้อน เป็นเวลา 2–4 สัปดาห์
  • แนะนำให้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบา ๆ ในช่วง 1–2 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดีขึ้น
  • สามารถประคบน้ำแข็งบริเวณที่มีอาการบวม แดง หรือช้ำได้
  • หลังฉีดสามารถใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวได้ แต่ควรทาอย่างนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการกดหรือถูแรง

ทำไมต้องฉีดสารลดเลือนริ้วกับด็อกเตอร์โทนี่

การฉีดลดเลือนริ้วรอย เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ แพทย์ที่จะฉีดให้ออกมาได้สวยเป็นธรรมชาติ ต้องรู้จักกล้ามเนื้อต่างๆ บนใบหน้า เส้นเลือด รวมถึงเส้นประสาทเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังต้องอาศัยประสบการณ์การฉีดสูง เพราะการฉีดลดเลือนริ้วรอยต้องอาศัย learning curve เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี

นายแพทย์วรพล สุขีวัฒนา แพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบอสตัน และมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางไปรับการฝึกอบรมกับแพทย์ที่เก่งและเชี่ยวชาญ ทั้งในระดับโลกและเอเชียมากมาย นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการแพทย์ให้แก่บริษัท Allergen ผู้ผลิตสารโบทูลินั่มท็อกซินลดเลือนริ้วรอยและฟิลเลอร์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี จึงทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับผลการรักษาที่สามารถวางใจได้

สรุป

การฉีดโบท็อกเป็นหัตถการที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับรูปหน้า และยกกระชับผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ หากทำอย่างถูกวิธี เลือกใช้โบท็อกของแท้ที่ได้มาตรฐาน และได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้มีความรู้และประสบการณ์ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจหลักการทำงาน ข้อดี ข้อจำกัด รวมถึงการดูแลตัวเองก่อนและหลังฉีด เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและยืดอายุผลลัพธ์ให้คงอยู่นานยิ่งขึ้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อก ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว