โปรแกรม Oligio ยกกระชับผิวหน้า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่ ลงลึกถึงชั้นหนังแท้
เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างผิวก็เปลี่ยนแปลงตามวัย ความกระชับเต่งตึงค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ผิวหน้าหย่อนคล้อยและขาดความสดใส การฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้งจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
เทคโนโลยียกกระชับผิวจึงกลายเป็นทางออกที่แท้จริง ล่าสุด Doctor Tony Clinic ได้นำเข้า Oligio เทคโนโลยียกกระชับผิวรุ่นใหม่จากเกาหลี ที่สามารถยกกระชับ ฟื้นฟูผิวลึกลงถึงชั้นหนังแท้ พร้อมสลายไขมันได้ในเครื่องเดียว เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมมาแรงที่สุดในเกาหลี และกำลังได้รับความนิยมแพร่หลาย
โปรแกรม Oligio คืออะไร?
Oligio คือเครื่องยกกระชับผิวรุ่นใหม่จากเกาหลี ที่ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF (คลื่นวิทยุความถี่สูง) ในการส่งพลังงานความร้อนลงลึกได้ถึง 4.3 มิลลิเมตร ถึงชั้นหนังแท้ โดยได้รับการพัฒนาให้ปล่อยพลังงานได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
หลังทำการรักษาในทันที เส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวจะเกิดการหดตัวประมาณ 20–30% ทำให้ผิวกระชับขึ้นทันที จากนั้นในช่วง 2–3 เดือนถัดไป ร่างกายจะค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ใต้ผิว ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียน เต่งตึง อิ่มฟู กระจ่างใส และยังช่วยลดไขมันใต้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การทำเพียงครั้งเดียวให้ผลลัพธ์ยาวนานถึง 6-12 เดือน และหากต้องการผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง แนะนำให้ทำซ้ำอีกครั้งหลังจากผ่านไป 4–6 เดือน
โปรแกรม Oligio ทำงานอย่างไร?
- Oligio ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง 6.78 MHz ส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึง 3 มิลลิเมตร ครอบคลุมทั้งชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน โดยหัวทริป (Tips) ถูกออกแบบพิเศษให้ปรับโหมดการยิงได้ถึง 3 โหมด ได้แก่ โหมดเดี่ยว, โหมดคู่ และโหมดอัตโนมัติ เพื่อให้พลังงานกระจายสู่ผิวอย่างสม่ำเสมอและแม่นยำ
- ความร้อนที่เกิดขึ้นจะช่วยกระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของเส้นใยคอลลาเจนเดิม พร้อมทั้งส่งสัญญาณให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวหน้ากระชับ เด้งแน่น รูขุมขนเล็กลง และชั้นไขมันบางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
- นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ ระบบตรวจสอบอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ และ ระบบทำความเย็นอัจฉริยะ ที่ช่วยปกป้องผิว ลดการสะสมของความร้อน และลดโอกาสเกิดการไหม้ ทำให้การรักษามีความปลอดภัย แม่นยำ และสบายผิวตลอดกระบวนการ
มีกี่เทคนิค?
จุดเด่นสำคัญ คือเทคนิคเฉพาะตัวที่เรียกว่า Fast Moving Technique ซึ่งออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพการยกกระชับสูงสุด พลังงานจะถูกส่งลงสู่ชั้นผิวอย่างสม่ำเสมอและแม่นยำในทุกครั้ง ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าเดิม เห็นผลเร็ว และฟื้นฟูผิวได้ลึกกว่า นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันเสริมที่เพิ่มความสบายระหว่างการรักษา เช่น Pain Relief: ระบบสั่นและลมเย็นช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิวระหว่างทำ
- Faster Treatment: โหมดอัตโนมัติและหัวแทคขนาด 4×2 cm ช่วยประหยัดเวลา (600 ช็อต ใช้เวลาเพียง 20–30 นาที)
- Safe Treatment: ระบบตรวจจับอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์และตรวจสอบแรงกดของหัวแทค ช่วยป้องกันความเสี่ยงผิวไหม้
- Convenience: มีให้เลือก 3 โหมดการยิง (Single / Double / Auto) เพื่อให้แพทย์ปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริเวณผิว
👉 อ่านเพิ่มเติม : Oligioทั่วหน้ากี่ช็อต แต่ละตำแหน่งใช้เท่าไหร่?
เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวและต้องการฟื้นฟูความกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะ:
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัดเจน
- ผู้ที่มีริ้วรอย ร่องลึก หรือสัญญาณความแก่ชราบนผิว
- ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง
- ผู้ที่มีปัญหาหนังตาตก เปลือกตาตก หรือมุมปากตก
- ผู้ที่มีร่องน้ำหมากชัดเจน
- ผู้ที่รู้สึกว่าผิวไม่เรียบเนียน ขาดความยืดหยุ่น
เรียกได้ว่าเป็นคำตอบที่ครบครันสำหรับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับ + ลดไขมัน + คืนความอ่อนเยาว์ ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องพักฟื้น
ไม่เหมาะกับใคร?
แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและไม่ต้องพักฟื้น แต่มีบางกรณีที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ ได้แก่:
- ผู้ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังที่ยังมีการติดเชื้อหรืออักเสบในบริเวณที่ต้องการทำ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ เช่น เบาหวาน, ลมชัก, โรคเลือดผิดปกติ
- หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีรอยสักใหม่ (ภายใน 1 เดือน) บริเวณที่ต้องการทำ
- ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลคีลอยด์ง่าย
- ผู้ที่เพิ่งทำหัตถการอื่นๆ เช่น ฉีดโบท็อกหรือฟิลเลอร์ (ภายใน 2–4 สัปดาห์)
- ผู้ที่เพิ่งทำการปลูกถ่ายไขมันหรือผิวหนัง (ภายใน 6 เดือน)
- ผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้ตนเอง หรือใช้ยาต้านอักเสบเรื้อรัง
ข้อควรระวังก่อนทำ
- มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ฝังในร่างกาย (เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ)
- มีโรคผิวหนัง การติดเชื้อ หรือเป็นแผลคีลอยด์ง่าย
- ตั้งครรภ์
- เพิ่งฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์มาในระยะ 2–4 สัปดาห์
- เพิ่งปลูกถ่ายไขมันหรือผิวหนังมาในระยะ 6 เดือน
- มีโรคประจำตัวรุนแรงหรือใช้ยาต้านอักเสบเรื้อรัง
ก่อนการรักษา (ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก https://ama.oligio.us/)
หลังการรักษา 1 เดือน (ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก https://ama.oligio.us/)
ผลลัพธ์หลังทำ
หลังทำ จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีประมาณ 20–30% ผิวหน้าจะดูกระชับขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก จากนั้นเมื่อผ่านไป 2–3 เดือน ผลลัพธ์จะชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ใต้ผิวจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ผิวหน้ากระชับ เต่งตึง
- ริ้วรอยเล็กร่องลึกดูจางลง
- โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ผิวเนียนละเอียดและอิ่มฟู
- กรอบหน้าชัดเจนขึ้น ใบหน้าเรียวเล็กลง
- รูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใส
ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล แพทย์แนะนำให้ทำรักษา 1–2 ครั้งต่อปี เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ดีอย่างต่อเนื่องและช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิว
โปรแกรม Oligio กับ Thermage FLX ต่างกันอย่างไร?
- โปรแกรม โอริจิโอ: ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF คล้ายกับ Thermage แต่ให้ความรู้สึกเจ็บน้อยกว่า เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากใช้ยาชาและต้องการผลลัพธ์ที่ดีควบคู่ไปกับความสบายผิว
- โปรแกรม Thermage FLX: เป็นเทคโนโลยีที่เน้นพลังงานสูง ยิงลึกและแน่น เห็นผลในด้านความตึงชัดเจน แต่ผู้เข้ารับบริการอาจรู้สึกเจ็บมากกว่าและมักต้องใช้ยาชาช่วย
สรุป: หากมุ่งเน้นความกระชับระดับสูงและทนต่อความเจ็บได้ → Thermage FLX
หากต้องการผลลัพธ์ที่ดี เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว →Oligio
👉 อ่านเพิ่มเติม : Oligioกับ Thermage FLX ต่างกันอย่างไร?
ก่อนการรักษา (ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก https://ama.oligio.us/)
หลังการรักษา 1 เดือน (ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก https://ama.oligio.us/)
การดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ
ก่อนเข้ารับบริการ
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือหัตถการบนผิวหน้าอื่นๆ อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์
- งดใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) หรือยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด (ตามคำแนะนำของแพทย์)
- หลีกเลี่ยงการตากแดดจัด และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 1–2 วันก่อนทำ
หลังรับบริการ
- ผิวอาจแดงหรือรู้สึกอุ่นๆ เป็นปกติ และจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
- ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดอย่างเคร่งครัด
- งดการทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์อื่นๆ ที่รุนแรงต่อผิวเป็นเวลา 1–2 สัปดาห์
- สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที
- ควรดื่มน้ำมากๆ และบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
โปรแกรม Oligio ราคาเท่าไหร่
ราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
- 8,990 บาท (150 ช็อต)
- 14,990 บาท (300 ช็อต)
- 26,990 บาท (600 ช็อต)
โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนช็อตที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัยที่สุด
*ผลลัพธ์และจำนวนช็อตอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
👉 อ่านเพิ่มเติม : Oligioราคาเท่าไหร่? เลือกคลินิกกับแพทย์อย่างไร?
คำถามที่พบบ่อย
Oligio ระหว่างทำเจ็บไหม?
ระหว่างทำจะรู้สึกเพียงความอุ่นบนผิวหนัง ไม่เจ็บและไม่แสบ เนื่องจากเครื่องมีระบบปล่อยความเย็นและระบบสั่นเพื่อลดการรับรู้ความเจ็บ ทำให้รู้สึกสบายผิวตลอดการรักษา
Oligio ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัด?
เห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ครั้งแรก ผิวจะกระชับขึ้นทันที 20–30% และจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใน 2–3 เดือน ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละคน
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากสามารถทำ Oligio ได้หรือไม่?
ทำได้ค่ะ หากมีปัญหาไขมันสะสมมาก แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยตัวเครื่องสามารถช่วยลดไขมันและยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Oligio แตกต่างจาก Thermage และ Ulthera อย่างไร?
หากคุณทนต่อความเจ็บได้ดีและต้องการการยกกระชับที่ลึกเป็นพิเศษ → Thermage หรือ Ulthera อาจเหมาะกว่า
แต่หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่กระชับ หน้าเรียวเล็ก โดยที่ไม่รู้สึกเจ็บและฟื้นตัวเร็ว →Oligio คือคำตอบที่ดีที่สุด
หลังทำ Oligio แล้วผิวจะแห้งกร้านหรือไม่?
ไม่ทำให้ผิวแห้ง เนื่องจากกระบวนการรักษาไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา จึงไม่มีผลข้างเคียงที่นำไปสู่ความแห้งกร้านของผิว
Oligio ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 8–12 เดือน
Oligio ต้องใช้กี่ช็อตถึงจะได้ผลดี?
จำนวนช็อตขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
- ปัญหาผิวเล็กน้อยถึงปานกลาง: ใช้ประมาณ 300 – 600 ช็อต
- ปัญหาผิวค่อนข้างมาก: อาจต้องใช้ 900 – 1,200 ช็อต
หลังทำแล้ว สามารถทำหัตถการอื่นต่อได้เลยหรือไม่?
ได้ค่ะ โดยสามารถพักผิวประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วจึงทำหัตการอื่นต่อได้ หรือจะทำการรักษาร่วม (Combination Treatment) กับเลเซอร์และทรีตเมนต์อื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นก็ได้เช่นกัน
สรุป
Oligio คือนวัตกรรมยกกระชับผิวรุ่นใหม่จากเกาหลี ที่ใช้พลังงาน Monopolar RF ลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน สามารถ ยกกระชับ ฟื้นฟูผิว และสลายไขมัน ได้ในเครื่องเดียว จุดเด่นคือ เห็นผลทันทีหลังทำ 20–30% ผลลัพธ์ชัดเต็มที่ใน 2–3 เดือน และอยู่ได้นาน 6–12 เดือน
ด้วยเทคโนโลยีที่ปลอดภัย เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น ทำให้กลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่กังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือปัญหาเหนียงและกรอบหน้าไม่ชัด

