สำหรับผู้ที่กรามใหญ่และอยากปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น การฉีด โบท็อกกราม ถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะช่วยลดขนาดกรามและช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นได้ เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลค่อนข้างเร็ว เป็นการฉีดสารเข้าไปเพื่อยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาท เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวและอ่อนแรงลง
ประเด็นสำคัญ
- ช่วยลดขนาดกรามจากกล้ามเนื้อ
- ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- เริ่มเห็นผลใน 1 สัปดาห์
- เห็นผลชัดที่สุดใน 2–3 เดือน
- ผลลัพธ์อยู่นานประมาณ 5–6 เดือน
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
- สามารถฉีดซ้ำได้เมื่อยาหมดฤทธิ์
- เหมาะกับคนกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูก
- เพิ่มความมั่นใจ หน้าเรียว ถ่ายรูปสวย
ฉีดโบท็อกกราม กี่วันเห็นผล?
การฉีดโบท็อกกราม ผลลัพธ์จะไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ใน 1 สัปดาห์หลังฉีด ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 จะเห็นว่ากรามเริ่มเล็กลง เมื่อกัดฟันแล้วกล้ามเนื้อไม่เด้งขึ้นมา ใบหน้ากระชับขึ้น และจะเห็นผลได้ชัดที่สุดในช่วง 2 – 3 เดือนหลังฉีด จะเห็นว่ากรามยุบลง ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ดูเรียวขึ้น
โบท็อกกราม ผลลัพธ์อยู่ได้นานเท่าไหร่? ฉีดซ้ำได้ไหม?
การฉีดโบท็อกกรามทั่วไปแล้วแพทย์จะฉีด 1 ครั้ง ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 5 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับลักษณะกรามของแต่ละคน เพราะแต่ละคนมีขนาดกล้ามเนื้อกรามที่เล็ก – ใหญ่ไม่เท่ากัน หากคนไข้มีขนาดกรามที่ใหญ่มาก แพทย์อาจพิจารณาการฉีดแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง เว้นระยะห่าง 2 – 3 เดือน
การฉีดโบท็อกกราม สามารถฉีดซ้ำได้ เพราะเมื่อครบ 5 – 6 เดือน ตัวยาจะเริ่มสลายไปเองตามธรรมชาติ ทำให้มีโอกาสที่กรามจะกลับมาใหญ่ขึ้นได้ การฉีดซ้ำจะช่วยคงประสิทธิภาพได้นานขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อกรามสามารถขยายใหญ่ขึ้นได้จากหลายปัจจัย ที่พบได้บ่อยคือ กล้ามเนื้อกรามใหญ่ขึ้นจากการเคี้ยวอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ชอบทานอาหารเหนียว ๆ ที่เคี้ยวยาก ทำให้กล้ามเนื้อกรามแข็งแรงขึ้น ขยายใหญ่ขึ้น เพื่อให้ตอบสนองต่อการใช้งาน และการมีไขมันสะสมบนใบหน้า ที่ทำให้กรามดูใหญ่ขึ้น นอกจากนี้กรามใหญ่ยังเกิดได้จากการเจริญเติบโตของกระดูกและพันธุกรรม
ฉีดโบท็อกกราม อยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ดูแลตัวเองอย่างไร?
- ควรบริหารกล้ามเนื้อหลังฉีดโบท็อกทันที โดยการขยับใบหน้าหรือทำท่าเคี้ยวหมากฝรั่ง ทำเป็นเวลา 30 นาทีหลังฉีด เพื่อช่วยบริหารกล้ามเนื้อ
- งดนอนราบ 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาไหลกระจายไปในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
- งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เพราะความร้อนอาจทำให้ตัวยาสลายหรือกระจายไปในบริเวณที่ไม่ต้องการ
- หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด เช่น การตากแดด ซาวน่า นั่งหน้าเตาร้อน ๆ
- งดออกกำลังกายหนัก ในช่วง 1 – 2 วันหลังฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายไปยังบริเวณอื่น
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดและอาหารหมักดอง เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ หน่อไม้ดอง ผลไม้ดอง ปลาร้า เพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัว ควรทานอาหารที่มีธาตุสังกะสีเพื่อช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรทานเกิน 20 mg/วัน
- งดสูบบุหรี่ เพราะมีสารที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว
- งดอาหารที่เคี้ยวยาก หรือต้องออกแรงเคี้ยวมาก
👉 อ่านเพิ่มเติม : โปรแกรม โบท็อกรักแร้ ช่วยลดเหงื่อ กลิ่นเหงื่อหายจริงมั้ย ต้องฉีดใช้กี่ยูนิต?
โบท็อกกราม เหมาะสำหรับใครบ้าง?
- ผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่ โบท็อกกราม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อกราม โดยแพทย์จะตรวจโครงสร้างใบหน้าก่อนเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม หากมีปัญหากรามใหญ่จากโครงสร้างกระดูก แพทย์อาจแนะนำการรักษาด้วยวิธีอื่นแทน เพราะการฉีด Botox ไม่สามารถแก้
- ปัญหากรามใหญ่จากโครงสร้างกระดูกได้ ผู้ที่ต้องการแก้ไขควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินโครงสร้างก่อน
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เพื่อให้ดูกระชับได้สัดส่วนมากขึ้น เนื่องจากกรามเป็นตำแหน่งที่ทำให้โครงหน้าเปลี่ยนได้ การฉีดกรามจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น โครงหน้าชัดขึ้น
- ผู้ที่กลัวการผ่าตัด หรือไม่อยากผ่าตัด การฉีด Botox ไม่ทำให้เกิดแผลเป็น ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- ผู้ที่ต้องการลดขนาดกรามชั่วคราว เช่น การปรับรูปหน้าเพื่อช่วยเสริมความมั่นใจในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันแต่งงาน วันรับปริญญา เพื่อให้ใบหน้าดูได้สัดส่วนมากขึ้น ถ่ายรูปออกมาดูสวย มั่นใจ
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ หรือต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ หน้าไม่ดูเปลี่ยนหรือเด่นจนเกินไป
สรุป
การฉีดโบท็อกแม้จะไม่ได้เห็นผลในทันที แต่ก็ให้ผลลัพธ์ได้ยาวนาน 5 – 6 เดือน และหากต้องการคงประสิทธิภาพก็สามารถฉีดซ้ำได้ แต่ไม่ควรเว้นระยะห่างนานเกิน 5 เดือน เป็นหัตถการที่ทำได้ง่าย ปลอดภัย และใช้เวลาไม่นาน สำหรับใครที่อยากลดขนาดกรามหรือปรับรูปหน้า Botox ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี และเห็นผลได้ชัด

