ท่ามกลางหัตถการที่สามารถช่วยในการชะลอวัยที่มีหลากหลายอยู่ในปัจจุบันนี้ Sculptra เป็นอีกตัวเลือกหัตถการหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีในการฟื้นฟูผิวที่สามารถดูแลผิวตั้งแต่ภายในได้โดยการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว จึงทำให้สามารถฟื้นฟูริ้วรอยและบริเวณที่หย่อนคล้อยให้กลับมากระชับและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าการทำหัตถการนี้มีคุณภาพที่ดีจริง เราจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาว่าโปรแกรม Sculptra รีวิว ดีจริงไหมและมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง
สารบัญ
สเก้าตร้า คืออะไร
Sculptra เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในร่างกายตามธรรมชาติที่ถูกคิดค้นได้เป็นตัวแรกของโลก ซึ่งอนุภาคของ Sculptra คือ Poly-L-Lactic acid หรือ PLLA โดยมีงาน วิจัยรับรองมากมายกว่า 50 ฉบับ ที่สำคัญได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศสหรัฐอเมริกา และได้มีการใช้ในการแพทย์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 โดยจะเป็นสารที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในโครงสร้างผิวชั้นลึก คอลลาเจนที่สามารถกระตุ้นได้คือ คอลลาเจน Type-1 ซึ่งสามารถกระตุ้นได้สูงถึง 66.5 % จึงมีคุณสมบัติในการช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวเต่งตึงมากขึ้นและยังดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
👉 อ่านเพิ่มเติม : โปรแกรม Sculptra ฉีดตรงไหนได้บ้าง ? เปิดลิสต์จุดลับหน้าเด็กที่เห็นผลจริง
จาก Sculptra รีวิว สามารถแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง
การทำหัตถการนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาได้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่
- แก้ปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของผิวได้เป็นอย่างดี
- ปรับปรุงโครงสร้างภายในชั้นผิว ทำให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี
- ช่วยลดเลือดริ้วรอยต่าง ๆ ให้จางลง บริเวณที่เป็นหลุมก็ตื้นขึ้น
- ทำให้ผิวมีความชุ่มชื่น อิ่มน้ำ และช่วยให้หน้ากระจ่างใสมากขึ้น
เมื่อทำ Sculptra แล้วจะสามารถเห็นผลได้ชัดเจนประมาณช่วง 2-3 สัปดาห์ และจะแสดงผลชัดเจนมากขึ้นเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 3 ที่น่าสนใจคือสามารถคงผลลัพธ์ได้นานถึง 2 ปี
👉 อ่านเพิ่มเติม : Sculptra ฉีดขวดเดียวได้ไหม ? อย่าเพิ่งเชื่อ จนกว่าจะอ่านจบ!
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Sculptra
เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าปัญหาของผิวหน้าของเราสามารถทำ Sculptra ได้หรือไม่ สามารถรู้ได้ดังนี้
- ผู้ที่ไม่ต้องการทำหัตถการบ่อยครั้ง เนื่องจากการทำ Sculptra สามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี ดังนั้นจึงไม่เสียเวลาในการต้องไปทำหลายครั้ง
- ผู้มีปัญหาริ้วรอย ใบหน้าหย่อนคล้อยจากอายุที่มากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการให้ผิวหน้ากระชับ เต่งตึง ผิวฟูใส
- ผู้ที่ไม่ได้ดูแลผิวมาเป็นเวลานาน และต้องการแก้ปัญหาผิวจากภายในโครงสร้าง
👉 อ่านเพิ่มเติม : โปรแกรม Profhilo กับ Sculptra แตกต่างกันอย่างไร?
ข้อควรระวังสำหรับคนที่ต้องการจะทำโปรแกรม Sculptra
แม้ Sculptra จะมีข้อดีอยู่มากมาย แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่อาจจะส่งผลอันตรายต่อร่างกายได้ ข้อควรระวังมีดังนี้
- ห้ามใช้กับผู้ที่เคยมีอาการแพ้และติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
- ห้ามใช้กับผู้ที่เคยมีอาการแพ้รุนแรง
- ห้ามใช้กับผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
- ห้ามใช้กับผู้ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (SLE, Autoimmune)
- ห้ามใช้กับผู้ที่มีประวัติการแพ้ Poly-L-Lactic acid (PLLA) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Sculptra
- ห้ามใช้กับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังอยู่ระหว่างให้นมบุตร
👉 อ่านเพิ่มเติม : โปรแกรม Sculptra ควรฉีดกี่ขวดดี?
Sculptra รีวิว มีขั้นการฉีดอย่างไร
- ปรึกษาแพทย์ถึงปัญหาที่กังวล และให้แพทย์ช่วยประเมินสภาพผิวและเลือกปริมาณของ Sculptra ที่เหมาะสมต่อการรักษา และอธิบายวิธีการดูแลตัวเองหลังจากทำหัตถการ
- แปะยาชาประมาณ 45 นาทีในบริเวณที่ฉีด
- ระหว่างรอยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะทำการผสมผง Sculptra และน้ำกลั่นปราศจากเชื้อ (Sterile water) เข้าด้วยกัน
- แพทย์จะใช้เข็มทู่ขนาด 22-25 G ฉีดลงใต้ชั้นผิวลึก 1.5-2 เซนติเมตร
- หลังจากนั้นแพทย์จะนวดหน้าเพื่อกระตุ้นให้ยากระจายตัวในบริเวณที่ต้องการ
วิธีการดูแลหลังฉีด Sculptra
ถ้าต้องการให้การฉีด Sculptra ให้สามารถเห็นผลได้ดีและชัดเจน ควรดูแลตัวเองหลังผ่าตัดให้ดีเพราะจะช่วยกระตุ้นการทำงานของตัวยาได้ดีมากขึ้น
หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่กระทบกับใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า อบไอน้ำ การทำซาวน่า 24 ชั่วโมงหลังจากทำหัตถการ
หากมีอาการ แดง และบวมยังไม่หายควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจนกว่าจะหายดี
ควรนวดหน้าอย่างน้อยครั้งละ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน โดยใช้หลัก Triple เพื่อกระตุ้นให้ยาสามารถกระจายตัวได้อย่างทั่วถึง
ควรเว้น 2-4 สัปดาห์จึงจะสามารถทำหัตถการอื่น ๆ ต่อได้
Sculptra รีวิว
จากการSculptra รีวิวถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่จะต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน ก่อนจะตัดสินใจทำหัตถการนี้ หากใครที่กำลังมีปัญหาริ้วรอยและอยากหาวิธีรักษาใหม่ ๆ ก็สามารถลองเก็บการทำ Sculptra ไว้เป็นตัวเลือกได้


Pingback: Sculptra ราคาเท่าไหร่ ควรฉีดกี่ขวดดี? - Doctor Tony Clinic