ฟิลเลอร์เป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมในวงการความงาม โดยเฉพาะ ฟิลเลอร์ Juvederm ที่ได้รับความนิยมในคลินิกความงามทั่วโลก ด้วยจุดเด่นเรื่องผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน และมีความปลอดภัยสูง ความโดดเด่นของ ฟิลเลอร์จูวีเดิม ไม่ได้อยู่แค่ชื่อแบรนด์ แต่รวมถึงเทคโนโลยีการผลิต เนื้อฟิลเลอร์ที่ยืดหยุ่น และการออกแบบหลายรุ่นให้เหมาะกับแต่ละบริเวณบนใบหน้า ทำให้สามารถปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องลึก และช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก Juvederm Filler ทั้งจุดเด่น รุ่นต่าง ๆ และวิธีเลือกให้เหมาะกับแต่ละปัญหาใบหน้า
- Juvederm Filler คืออะไร? ทำไมหลายคนยกให้เป็นฟิลเลอร์พรีเมียม
- จุดเด่นของ Juvederm ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไง?
- เปรียบเทียบ Juvederm vs ฟิลเลอร์ทั่วไป แบบเข้าใจง่าย
- Juvederm มีกี่รุ่น? แต่ละรุ่นเหมาะกับจุดไหนบ้าง
- Juvederm ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
- ทำไม Juvederm ถึงได้รับความนิยมทั่วโลก และแพทย์เลือกใช้บ่อย
- Juvederm ปลอดภัยไหม? อยู่ได้นานแค่ไหน และสลายได้หรือไม่
- วิธีเช็กJuvederm ของแท้ก่อนฉีด
- สรุปข้อดีของ Juvederm ฟิลเลอร์
- FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Juvederm
Key Takeaways
- Juvederm คือฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) จากบริษัท Allergan สหรัฐอเมริกา ผ่านการรับรองจาก FDA และ CE Mark ยุโรป
- มีเทคโนโลยีพิเศษ VYCROSS™ และ HYLACROSS™ ที่ทำให้เนื้อเจลเสถียรและคงอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
- มีหลายรุ่นแตกต่างกันตามความหนืดและการใช้งาน เช่น Voluma, Volbella, Vollure, Ultra, Ultra Plus
- สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ทำให้มีความปลอดภัยสูงและแก้ไขได้หากเกิดปัญหา
- ผลลัพธ์อยู่ได้ 12–24 เดือนขึ้นอยู่กับรุ่นและตำแหน่งที่ฉีด
ฟิลเลอร์ Juvederm คืออะไร? ทำไมถึงถูกเรียกว่าพรีเมียม
ฟิลเลอร์จูวีเดิม (Juvederm) คือสารเติมเต็มชนิดฉีดที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกายตามธรรมชาติ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความอิ่มฟู และทำให้ผิวดูยืดหยุ่น Juvederm พัฒนาโดยบริษัท Allergan จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับผู้ผลิต Botox และถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ ฟิลเลอร์อเมริกา ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพ และผลลัพธ์หลังฉีด มีมาตรฐานการผลิตระดับสูง เทคโนโลยีเนื้อฟิลเลอร์เฉพาะของแบรนด์ มีข้อมูลและงานวิจัยรองรับด้านความปลอดภัยและผลลัพธ์มาอย่างต่อเนื่อง
ฟิลเลอร์ Juvederm มีจุดเด่นอะไร? ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปยังไง?
ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์มีคุณสมบัติแตกต่างกัน แต่ Juvederm ถูกออกแบบให้เหมาะกับแต่ละจุดบนใบหน้า ทั้งด้านเนื้อเจล ความคงตัว และผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์ Juvederm เทคโนโลยีการผลิตเฉพาะตัว
Juvederm มีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่เทคโนโลยีการผลิตเฉพาะของ Allergan ซึ่งช่วยให้เนื้อเจลมีความเรียบเนียน ยืดหยุ่น และคงรูปได้ดี จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุน เข้ากับใบหน้า มากกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
- Vycross Technology: เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานกรดไฮยาลูโรนิก (HA) โมเลกุลขนาดเล็กและขนาดใหญ่เข้าด้วยกันอย่างสมดุล ส่งผลให้เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียดสูง เรียบเนียน และยืดหยุ่นดี สามารถยกกระชับใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Hylacross Technology: เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่น อยู่ตัวดีและเติมความชุ่มชื้นสูง ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มลื่นและกระจายตัวได้ดี เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึก เพิ่มความอิ่มฟูในชั้นผิว
เป็นธรรมชาติและปลอดภัยสูง
หนึ่งในเหตุผลที่แพทย์เลือกใช้ juvederm filler คือผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและช่วยลดโอกาสเกิดก้อนหรือผิวไม่เรียบ เนื้อเจลมีความสมูทสูง ทำให้กลืนไปกับผิวได้ดี ไม่เป็นก้อนหรือเป็นคลื่น และยังผ่านกระบวนการผลิตที่มีความบริสุทธิ์สูง ลดโอกาสเกิดอาการแพ้หรืออาการบวมผิดปกติ
ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
โดยเฉลี่ย juvederm filler สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12–24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นและตำแหน่งฉีด) ซึ่งยาวนานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป ทำให้ไม่ต้องเติมบ่อยและคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
มีหลายรุ่นครอบคลุมทุกปัญหาใบหน้า
Juvederm มีหลายรุ่นให้เลือก แต่ละรุ่นเหมาะกับปัญหาและตำแหน่งบนใบหน้าที่แตกต่างกัน โดยแพทย์สามารถเลือกใช้ได้เหมาะกับแต่ละบุคคล ทำให้ผลลัพธ์เข้ากับโครงหน้าและดูสมดุลมากขึ้น
มี Lidocaine ผสมอยู่ในตัว
อีกจุดเด่นที่หลายคนชอบคือ juvederm filler มีการผสมยาชา Lidocaine มาในตัว ช่วยลดความเจ็บระหว่างฉีด ทำให้รู้สึกสบายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่บอบบางอย่างใต้ตาหรือริมฝีปาก
ตารางเปรียบเทียบ ฟิลเลอร์ Juvederm vs ฟิลเลอร์ทั่วไป
เปรียบเทียบ
Juvederm Filler
ฟิลเลอร์ทั่วไป
เทคโนโลยีเนื้อฟิลเลอร์
มีเทคโนโลยี VYCROSS™ และ HYLACROSS™ ช่วยให้เนื้อเจลเรียบเนียนและคงตัวดี
หลายแบรนด์ใช้เทคโนโลยีมาตรฐานทั่วไป
ความเรียบเนียนของเนื้อเจล
เนื้อสมูท ละเอียด และกลืนกับผิวได้ดี
บางรุ่นอาจมีโอกาสเป็นก้อนหรือเห็นขอบฟิลเลอร์ได้ง่ายกว่า
ความเป็นธรรมชาติ
ขยับหน้าแล้วดูไม่แข็ง
บางรุ่นอาจดูแข็งหรือเป็นทรงชัด
ระยะเวลาคงผลลัพธ์
ประมาณ 12–24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่น
โดยเฉลี่ยประมาณ 6–12 เดือน
รุ่นให้เลือก
มีหลายรุ่นเฉพาะแต่ละจุดบนใบหน้า
บางแบรนด์มีตัวเลือกจำกัด
ความสบายระหว่างฉีด
หลายรุ่นมี Lidocaine ช่วยลดความเจ็บ
บางรุ่นไม่มียาชาผสม
การสลายฟิลเลอร์
สามารถสลายได้ด้วย Hyaluronidase
ฟิลเลอร์ HA ส่วนใหญ่สลายได้ แต่ขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์
งานวิจัยรองรับ
มีข้อมูลและงานวิจัยทางการแพทย์รองรับจำนวนมาก
แตกต่างกันตามแต่ละแบรนด์
ฟิลเลอร์ Juvederm แต่ละรุ่น มีกี่แบบ และเหมาะกับจุดไหน
ฟิลเลอร์ Juvederm มีหลายรุ่นที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับปัญหาและแต่ละบริเวณบนใบหน้า เพราะผิวและโครงสร้างของแต่ละจุดต้องการเนื้อฟิลเลอร์ที่ต่างกัน ทั้งความแน่น ความยืดหยุ่น และการพยุงผิว แพทย์จึงสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละเคส เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเข้ากับใบหน้าและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma
Voluma เป็นฟิลเลอร์เนื้อแน่นที่คงรูปได้ดี เหมาะสำหรับฉีดในชั้นลึกของผิวเพื่อเพิ่มโครงสร้างและช่วยยกกระชับใบหน้า ด้วยเทคโนโลยี Vycross ทำให้เนื้อเจลแน่นแต่ยังมีความยืดหยุ่น จึงช่วยให้โครงหน้าดูชัดขึ้นโดยยังดูเป็นธรรมชาติ
- เหมาะสำหรับ: โหนกแก้ม คาง ขมับ และการปรับโครงหน้า
- อายุผลลัพธ์: ประมาณ 18–24 เดือน
- ลักษณะเด่น: เนื้อแน่น ช่วยพยุงโครงหน้าได้ดี
Juvederm Volift
Volift เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มระดับกลางที่มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับบริเวณที่มีการขยับของใบหน้าบ่อย เช่น เวลายิ้ม หรือพูด โดยใช้เทคโนโลยี Vycross เช่นเดียวกัน ทำให้เนื้อฟิลเลอดูเรียบเนียนไปกับผิว ไม่ดูแข็งเวลาขยับหน้า
- เหมาะสำหรับ: ร่องแก้ม ร่องมุมปาก และขมับ
- อายุผลลัพธ์: ประมาณ 12–18 เดือน
- ลักษณะเด่น: เติมเต็มเนียน ดูละมุนเข้ากับใบหน้า
Juvederm Volbella
Volbella เป็นฟิลเลอร์เนื้อบางและละเอียดที่สุดในกลุ่ม Vycross เหมาะกับบริเวณผิวบางที่ต้องการความประณีตสูง เช่น ริมฝีปากและใต้ตา ช่วยลดโอกาสเกิดก้อนหรือผิวไม่เรียบหลังฉีด
- เหมาะสำหรับ: ริมฝีปากและใต้ตา
- อายุผลลัพธ์: ประมาณ 12 เดือน
- ลักษณะเด่น: นิ่มละเอียด ดูละมุน
Juvederm Volite
Volite เป็นฟิลเลอร์ที่เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวมากกว่าการปรับรูปหน้า ใช้เทคโนโลยี Vycross เช่นกัน แต่ถูกออกแบบให้เนื้อบางเบากระจายตัวได้ดี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
- เหมาะสำหรับ: ผิวหน้า คอ และหลังมือ
- อายุผลลัพธ์: ประมาณ 9 เดือน
- ลักษณะเด่น: เพิ่มความชุ่มชื้นและผิวดูสุขภาพดี
Juvederm Volux
Volux เป็นฟิลเลอร์ที่มีความหนาแน่นสูงมากในกลุ่ม Vycross ออกแบบมาเพื่อสร้างโครงหน้าที่ชัดเจน โดยเฉพาะกรอบหน้าและคาง ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น แต่ยังดูไม่แข็งจนเกินไป
- เหมาะสำหรับ: กรอบหน้าและคาง
- อายุผลลัพธ์: ประมาณ 18–24 เดือน
- ลักษณะเด่น: ช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นและใบหน้าดูมีมิติ
Juvederm Ultra Plus
Ultra Plus เป็นฟิลเลอร์ในกลุ่ม Hylacross ซึ่งเน้นการเก็บความชุ่มชื้นและผิวดูเต็มขึ้น เหมาะกับการเติมร่องลึก ช่วยเติมเต็มใบหน้าให้ดูอิ่มฟู
- เหมาะสำหรับ: ร่องแก้มลึก ขมับตอบ และบริเวณที่ต้องการความอิ่มฟู
- อายุผลลัพธ์: ประมาณ 12 เดือน
- ลักษณะเด่น: ช่วยเติมเต็ม อิ่มฟู
ฟิลเลอร์จูวีเดิม ใช้ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
ฟิลเลอร์ Juvederm สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาได้หลากหลายบริเวณทั้งใบหน้าและบางส่วนของร่างกาย เนื่องจากมีหลายรุ่นที่ออกแบบมาให้มีความหนืด ความยืดหยุ่น และความคงตัวแตกต่างกัน
- โหนกแก้ม: เพิ่มความอิ่มฟูให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ โดยมักใช้ Voluma
- คาง: ปรับรูปหน้าให้เรียวและสมส่วน หรือแก้คางสั้น คางถอย โดยใช้ Voluma หรือ Volux
- กรอบหน้าและกราม: เน้นให้แนวกรามคมชัดขึ้น เพื่อเพิ่มมิติของใบหน้า โดยใช้ Volux
- ขมับ: เติมเต็มบริเวณที่ยุบตัว ทำให้โครงหน้าดูละมุนขึ้น โดยใช้ Voluma หรือ Ultra Plus
- ร่องแก้มและร่องมุมปาก: ลดความลึกของร่องที่ทำให้หน้าดูเหนื่อยล้า โดยใช้ Volift หรือ Ultra Plus
- ใต้ตา: ช่วยให้ใต้ตาดูลึกน้อยลงและใบหน้าดูสดใสขึ้น โดยใช้ Volbella หรือ Volift
- ริมฝีปาก: เพิ่มความอิ่มฟู ปรับรูปทรง หรือเพิ่มความชุ่มชื้นให้ปากดูสุขภาพดี โดยใช้ Volbella หรือ Ultra
- ทั่วใบหน้า: เพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้าน และให้ผิวดูฉ่ำวาว โดยใช้ Volite
- คอและหลังมือ: ลดความเหี่ยวย่นและเพิ่มความเรียบเนียนของผิวที่มักแสดงอายุ โดยใช้ Volite
- บริเวณอื่น ๆ เช่น มือ เพื่อช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูและอ่อนเยาว์ขึ้นได้เช่นกัน
ฟิลเลอร์ Juvederm ทำไมถึงฮิตทั่วโลก และแพทย์เลือกใช้บ่อย
ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นแบรนด์ยอดนิยมในวงการความงาม เพราะไม่ได้โดดเด่นแค่เรื่องชื่อเสียง แต่เด่นทั้งเรื่องผลลัพธ์ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีของเนื้อฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้หลากหลาย
ฟิลเลอร์ Juvederm ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและค่อนข้างคงที่
หนึ่งในเหตุผลที่แพทย์นิยมใช้ Juvederm คือหลังฉีดแล้วรูปทรงอยู่ตัวดี โดยทั่วไปอาการบวมมักไม่มากและค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง และเนื้อฟิลเลอร์คงรูปได้ดี ทำให้แพทย์ปรับรูปหน้าได้แม่นยำขึ้น ผลลัพธ์จึงดูเนียนมากกว่าเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์บางประเภท
มีหลายเนื้อฟิลเลอร์ให้เลือกตามปัญหา
Juvederm มีหลายรุ่น ทั้งเนื้อแน่นสำหรับยกกระชับโครงหน้า และเนื้อนิ่มสำหรับเติมร่องลึกหรือริมฝีปาก ทำให้สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นคาง ร่องแก้ม ใต้ตา หรือฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มฟู
มาตรฐานการผลิตระดับสากล
Juvederm ผลิตโดยบริษัท Allergan จากสหรัฐอเมริกา และได้รับการรับรองจาก US FDA ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ทำให้แพทย์และผู้เข้ารับบริการมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น
มีข้อมูลและงานวิจัยรองรับ
อีกจุดที่ทำให้ Juvederm ได้รับความไว้วางใจ คือมีข้อมูลทางการแพทย์และงานวิจัยรองรับค่อนข้างมาก ทั้งเรื่องผลลัพธ์และความปลอดภัย จึงเป็นฟิลเลอร์ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก
ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
Juvederm หลายรุ่นสามารถคงผลลัพธ์ได้นานประมาณ 1–2 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นและตำแหน่งที่ฉีด ทำให้ไม่ต้องเติมบ่อย และทำให้รูปหน้าดูสวยต่อเนื่องได้นานขึ้น
ฉีดสบายขึ้นเพราะมียาชาในตัว
Juvederm Fillerหลายรุ่นมียาชาผสมอยู่ในเนื้อฟิลเลอร์ ช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างฉีด ทำให้ระหว่างทำหัตถการรู้สึกสบายและผ่อนคลาย
ความปลอดภัยและการสลายตัวของฟิลเลอร์
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Juvederm Filler ได้รับความนิยม คือเรื่องความปลอดภัยและการสลายได้เองตามธรรมชาติ จึงทำให้หลายคนรู้สึกมั่นใจกับผลลัพธ์มากขึ้น และไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้างในระยะยาว
HA Filler สลายได้เองตามธรรมชาติ
Juvederm Filler ผลิตจาก Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกาย จึงเข้ากับผิวได้ดีและไม่ทิ้งสารตกค้างใต้ผิว เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยสลายฟิลเลอร์เอง ไม่ยุบลงทันทีแบบเห็นชัด
สลายได้ด้วยการฉีด หากต้องการแก้ไข
อีกข้อดีของ juvederm filler คือสามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase หากผลลัพธ์ยังไม่เป็นที่พอใจหรือจำเป็นต้องแก้ไข แพทย์สามารถช่วยสลายฟิลเลอร์ให้ค่อย ๆ ลดลงได้ภายในประมาณ 1–2 วัน ถือเป็นข้อได้เปรียบของฟิลเลอร์กลุ่ม HA เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์บางชนิดที่ไม่สามารถสลายได้
สลายแบบค่อยเป็นค่อยไป
เมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลาย รูปหน้าจะไม่ได้เปลี่ยนทันที แต่จะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ใบหน้ายังดูสมดุล และไม่รู้สึกว่าหน้าเปลี่ยนแบบรวดเร็วเกินไป
อาการหลังฉีดที่พบได้ทั่วไป
หลังฉีดอาจมีอาการบวม แดง หรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นอาการปกติและมักดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน โดยฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่ในช่วง 1–2 สัปดาห์
👉 อ่านเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ บวมกี่วัน กี่วันเห็นผล
วิธีเช็กของแท้ก่อนฉีด
- การตรวจสอบว่า Juvederm Filler เป็นของแท้หรือไม่ เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะปัจจุบันมีฟิลเลอร์ปลอมและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่ในตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะคลินิกที่ขายในราคาถูกผิดปกติ
- ตรวจดูสติกเกอร์และซีลบนกล่อง: ของแท้จะมีสติกเกอร์โฮโลแกรมสะท้อนแสง และซีลปิดกล่องเรียบร้อย
- เช็ก QR Code หรือเลข Serial Number: สามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้
- ดูวันหมดอายุและเลข Lot: ต้องระบุชัดเจนบนกล่องและหลอดฟิลเลอร์
- ขอดูกล่องก่อนฉีดทุกครั้ง: คลินิกที่ได้มาตรฐานสามารถให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนเปิดใช้ได้
- ระวังราคาถูกผิดปกติ: เพราะ ฟิลเลอร์อเมริกา อย่าง Juvederm มีต้นทุนค่อนข้างสูง หากราคาถูกมากอาจเสี่ยงเป็นของปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน
- เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ: ควรมีแพทย์เป็นผู้ฉีด และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจน
👉 อ่านเพิ่มเติม : ฟิลเลอร์ปลอม (ขูดสารเหลว) อันตรายแค่ไหน? เจาะลึกภัยเงียบจากสารเหลว พร้อมวิธีเช็คฟิลเลอร์แท้
สรุป
ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยี VYCROSS™ และ HYLACROSS™ ที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์เรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติของร่างกาย จึงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แพทย์ความงามเลือกใช้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินรูปหน้าและเทคนิคการฉีดของแพทย์ด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสมดุล และเหมาะกับแต่ละบุคคลมากที่สุด ที่ Doctor Tony Clinic เราให้ความสำคัญกับการออกแบบการรักษาเฉพาะแต่ละเคส เพื่อให้ผลลัพธ์เหมาะกับโครงหน้าและดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
FAQ
Juvederm เป็น HA Filler จากอเมริกา ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เนื้อฟูเรียบ และสลายได้
โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 12–24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและตำแหน่งที่ฉีด
เหมาะสำหรับปาก ใต้ตา ร่องแก้ม คาง ขมับ และปรับรูปหน้า
มี Lidocaine ช่วยลดเจ็บ ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อยระหว่างฉีด
ได้ เพราะเป็น HA Filler สามารถฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้เมื่อไม่พอใจผลลัพธ์

