HArmonyCa กับ Sculptra เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน และหลายคนก็มักเลือกเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในการทำหัตถการ เพราะจัดอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator เหมือนกัน แม้จะเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกันแต่ก็มีความแตกต่างกันหลายอย่าง ส่วนจะต่างกันอย่างไรและมีคุณสมบัติอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปหาคำตอบกัน
สรุปประเด็นสำคัญ HArmonyCa vs Sculptra
- ทั้งสองเป็น Collagen Biostimulator กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- HArmonyCa: HA + CaHA เติมเต็มทันที เห็นผลไว ช่วยเพิ่มวอลลุ่มและยกกระชับ
- Sculptra: PLLA ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ค่อย ๆ เห็นผล แต่ผลลัพธ์ยาวนานกว่า
เหมาะกับ
- HArmonyCa: ผิวแห้ง ร่องลึก แก้มตอบ ต้องการเห็นผลทันที
- Sculptra: ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการฟื้นฟูระยะยาว
การดูแลหลังฉีด
- HArmonyCa: ไม่ต้องนวด
- Sculptra: ต้องนวดตามหลัก Triple 5
รู้หรือไม่ HArmonyCa กับ Sculptra ต่างกันอย่างไร?
สารประกอบ
HArmonyCa และ Sculptra ต่างกันอย่างชัดเจนในเรื่องของสารประกอบ โดย HArmonyCa เป็นฟิลเลอร์ชนิดไฮบริดที่ผสาน 2 คุณประโยชน์ของ Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมี HA ในปริมาณ 70% เป็นสารจากธรรมชาติที่พบได้ในร่างกาย มีคุณสมบัติเด่นในการเพิ่มความชุ่มชื้น และมี CaHA ปริมาณ 30% เป็นสารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและพบได้ร่างกายเช่นเดียวกัน มีคุณสมบัติเด่นในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวกระชับ เต่งตึงในระยะยาว
Sculptra มีสารประกอบหลักคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) เป็นสารสังเคราะห์จากพืชที่ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้าง Collagen Type1 ในชั้นผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ผิวแข็งแรงจากโครงสร้าง
👉อ่านเพิ่มเติม : โปรแกรม HArmonyCa ราคาเท่าไหร่ ? ฟิลเลอร์ไฮบริด ที่ทุกคนพูดถึง
การทำงาน HArmonyCa กับ Sculptra
- HArmonyCa ออกฤทธิ์ทั้งสองกลไกล โดยอนุภาคของกรด Hyaluronic Acid (HA) จะเข้าไปทำหน้าที่พยุงชั้นใต้ผิวและช่วยเติมเต็มผิวให้อิ่มฟู แก้ปัญหาร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ช่วยให้ผิวเต่งตึง และยกกระชับขึ้นได้ในทันที ส่วน Calcium Hydroxyapatite (CaHA) จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ในชั้นผิวหนังให้ผิวยกกระชับ เต่งตึง และแข็งแรง
- Sculptra ทำงานโดยปล่อยสาร Poly-L-Lactic Acid (PLLA) เข้าไปสู่ชั้นผิวหนังเพื่อกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดไฟโบรบลาสต์ มีหน้าที่หลักในการสร้างเส้นใยคอลลาเจนผ่านเซลล์ Macrophage เพื่อสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ จากการวิจัยพบว่าสามารถกระตุ้นการสร้าง Collagen type1 ได้สูงถึง 66.5% ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 1 ในตลาดขณะนี้ จากนั้นจะทำให้เกิดการอักเสบเล็ก ๆ ก่อน และประมาณ 1 – 3 เดือนร่างกายจะเริ่มสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เพื่อช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิว ทำให้ผิวแข็งแรงจากภายในอย่างเป็นธรรมชาติ
👉อ่านเพิ่มเติม : โปรแกรม Sculptra ฉีดขวดเดียวได้ไหม ? อย่าเพิ่งเชื่อ จนกว่าจะอ่านจบ!
คุณสมบัติ
- HArmonyCa และ Sculptra กับมีคุณสมบัติที่ค่อนข้างต่างกัน โดย HArmonyCa มี 2 คุณสมบัติในหลอดเดียว สามารถเติมเต็มร่องลึกและเห็นผลได้ในทันที เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอย ร่องลึก มีปัญหาแก้มตอบ ขมับตอบ ผิวแห้ง และต้องการเติมเต็มความชุ่มชื้นเพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ผิว ช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ปรับรูปหน้าให้ชัดขึ้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
- Sculptra มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวเพื่อให้ผิวแข็งแรงขึ้น ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว ผู้ที่ผิวไม่กระชับ กรอบหน้าไม่ชัด มีปัญหาริ้วรอย และมีปัญหาหลุมสิว
👉อ่านเพิ่มเติม : โปรแกรม Profhilo กับ Sculptra แตกต่างกันอย่างไร?
ผลลัพธ์
- HArmonyCa หลังฉีดสามารถการเปลี่ยนแปลงได้ในทันที โดยจะรู้สึกว่าผิวกระชับ เต่งตึง ผิวดูเติมเต็มมากขึ้น เริ่มเห็นผลลัพธ์ได้ชัดในช่วง 1 – 2 เดือนหลังฉีด ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12 – 18 เดือน
- Sculptra จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2 – 3 สัปดาห์หลังฉีด และจะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดขึ้นเมื่อเข้าสู่กระบวนการสร้างคอลลาเจนหรือประมาณ 3 เดือนหลังฉีด ผิวกระชับ เต่งตึง และมีสุขภาพดีขึ้น ให้ผลลัพธ์ยาวนานถึง 2 ปี
การดูแลหลังฉีด
HArmonyCa และ Sculptra มีการดูแลหลังฉีดที่คล้ายกัน แต่ที่ต่างคือ หลังฉีด Sculptra จะต้องนวดบริเวณที่ฉีดตามหลัก Triple 5 เพื่อให้ตัวยากระจายตัวได้ดีขึ้น โดยจะต้องนวดวันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที และนวดติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน แต่หลังฉีด HArmonyCa ไม่ต้องนวด ดูแลตัวเองได้ตามปกติ
HArmonyCa กับ Sculptra เลือกอย่างไรให้เหมาะกับผิว?
- ปัญหาผิว HArmonyCa และ Sculptra มีคุณสมบัติที่ต่างกัน จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวเป็นหลัก เช่น ต้องการเพิ่มวอลลุ่มให้ผิว แก้ปัญหาแก้มตอบ อยากให้มีสัดส่วนที่ชัดขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะสำหรับ HArmonyCa แต่หากต้องการฟื้นฟูสภาพผิว แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย เหมาะสำหรับ Sculptra เพราะหากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิวก็อาจทำให้เห็นผลไม่ชัด เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด
- ผลลัพธ์ที่ต้องการ หากฉีดแล้วต้องการเห็นผลในทันที เหมาะสำหรับ HArmonyCa เพราะเห็นความเปลี่ยนได้ทันทีหลังฉีด ส่วน Sculptra จะยังไม่เห็นผลในทันที แต่หากต้องการให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ในระยะยาว เหมาะสำหรับ Sculptra เพราะให้ผลลัพธ์ได้นานกว่า
- งบประมาณ HArmonyCa และ Sculptra มีราคาเริ่มต้นที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน อยู่ที่ประมาณ 29,xxx บาทต่อขวด แต่การฉีดจะไม่เหมือนกัน โดย HArmonyCa แพทย์มักแนะนำให้ฉีด 1 ครั้งต่อปีหรือตามสภาพผิว ส่วน Sculptra ควรฉีด 2 – 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 4 – 6 เดือน ส่วนปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน
👉อ่านเพิ่มเติม : โปรแกรม Sculptra ฉีดตรงไหนได้บ้าง ? เปิดลิสต์จุดลับหน้าเด็กที่เห็นผลจริง
สรุป
HArmonyCa และ Sculptra ต่างกันหลายอย่าง ทั้งในเรื่องของสารประกอบ กลไกการทำงาน คุณสมบัติ ผลลัพธ์ การฉีด และอื่น ๆ ก่อนฉีดควรศึกษาข้อมูลและเข้าไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพร่างกาย เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีความเชี่ยวชาญ และราคาไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป


Pingback: HArmonyCa ราคาเท่าไหร่ ? ฟิลเลอร์ไฮบริด ที่ทุกคนพูดถึง