Ulthera vs Thermage ต่างกันอย่างไร?

Ulthera vs Theramge
ผู้เขียน : ทีมแพทย์ DoctorTony Clinicหมวดหมู่ : thermageอัปเดตล่าสุด : 30 ธันวาคม 2025

เมื่ออายุมากขึ้น ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และกรอบหน้าที่ไม่คมชัด ก็เริ่มปรากฏให้เห็น ทำให้หลายคนมองหาวิธีการยกกระชับใบหน้าเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ หนึ่งในคำถามยอดฮิตในวงการความงามคือ ” Ulthera vs Thermage ต่างกันอย่างไร? สองเทคโนโลยีนี้เป็นที่รู้จักกันดีในการช่วยยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่มีหลักการทำงาน เป้าหมาย และผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจความต่างนี้จะช่วยให้คุณเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับปัญหาผิวและความต้องการของตัวเองได้อย่างแม่นยำที่สุด
บทความนี้จะเจาะลึกถึงความแตกต่างระหว่าง Ulthera (อัลเทอร่า) และ Thermage (เทอร์มาจ) ในทุกแง่มุม เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าเทคโนโลยีไหนคือคำตอบสำหรับคุณ

Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร?

Ulthera หรือ Ultherapy คือเทคโนโลยีการยกกระชับผิวด้วย คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (High Intensity Focused Ultrasound – HIFU) ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA สำหรับการยกกระชับผิวหน้า คอ และหน้าอก

Ulthera
  1. หลักการทำงาน: Ulthera จะส่งคลื่นอัลตราซาวด์ลงไปในชั้นผิวหนังแบบเป็นจุดโฟกัส (จุดเล็กๆ) ที่ความลึกแม่นยำระดับมิลลิเมตร (1.5 mm, 3.0 mm, 4.5 mm) โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ความลึก 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) หรือชั้นพังผืดที่หุ้มกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
  2. สิ่งที่เกิดขึ้น: คลื่นอัลตราซาวด์จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนในระดับที่พอเหมาะ (ประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส) ทำให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อในชั้น SMAS และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในระยะยาว
  3. จุดเด่น: สามารถมองเห็นชั้นผิวหนังบนหน้าจอ (Real-time Ultrasound) ทำให้แพทย์สามารถยิงพลังงานลงลึกได้ตรงจุดและแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง
thermage

Thermage (เทอร์มาจ) คืออะไร?

Thermage หรือ Thermage FLX คือเทคโนโลยีการยกกระชับและลดเลือนริ้วรอยด้วย พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar Radiofrequency – RF) ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA สำหรับการกระชับผิวหน้า รอบดวงตา และลำตัว
หลักการทำงาน: Thermage จะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุลงไปในชั้นผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันตื้นๆ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีคอลลาเจนและไขมันสะสมอยู่มาก คลื่น RF จะเปลี่ยนเป็นความร้อน (ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส) ทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวทันทีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ รวมถึงช่วยสลายไขมันบางส่วนได้
สิ่งที่เกิดขึ้น: ความร้อนที่กระจายตัวในบริเวณกว้างจะช่วยให้ผิวโดยรวมแน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับ และลดเลือนริ้วรอย
จุดเด่น: มีระบบการสั่นและระบบความเย็นที่หัวยิง (Cooling System) ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้นขณะทำ และสามารถปรับการยิงพลังงานให้เข้ากับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

Ulthera vs Thermage แตกต่างกันอย่างไร?

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน เรามาเปรียบเทียบ Ulthera vs Thermage ในแต่ละด้านคุณสมบัติ แตกต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ
Ulthera (อัลเทอร่า)
Thermage (เทอร์มาจ)
เทคโนโลยี
คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง (Focused Ultrasound - HIFU)
5 GB Bandwidth
ระดับความลึกพลังงาน
ลึกถึง 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. เจาะชั้น SMAS (กล้ามเนื้อ)
ลึก 0.1–4.3 มม. ทำงานที่ชั้นหนังแท้และไขมันตื้น
รูปแบบพลังงาน
จุดโฟกัสเล็กๆ เรียงเป็นเส้นลึกเฉพาะจุด
มวลความร้อนกระจายกว้างทั่วบริเวณ
จุดเด่น
ยกกระชับผิว เน้นปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน
ผิวแน่น เฟิร์ม ลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน พร้อมสลายไขมันบางส่วน
ปัญหาที่เหมาะสม
- ลึกถึง 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. เจาะชั้น
- ผิวหย่อนคล้อยปานกลาง-มาก
- กรอบหน้าไม่ชัด
- คิ้ว/หางตาตก
- ยกกระชับหน้า
- คอSMAS (กล้ามเนื้อ)
- ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย-ปานกลาง
- แก้ม เหนียงมีไขมัน
- รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ
- ริ้วรอยตื้น
ระยะเวลาทำ
30–90 นาที (ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต/ไลน์)
45–90 นาที (ขึ้นอยู่กับบริเวณ/จำนวนช็อต)
ผลลัพธ์หลังทำ
เห็นผลทันที ~30%, เต็มที่ใน 2–3 เดือน
เห็นผลทันที ~20%, เต็มที่ใน 2–3 เดือน

ควรเลือกทำ Ulthera หรือ Thermage ดี?

การเลือกระหว่าง Ulthera และ Thermage ควรพิจารณาจากปัญหาผิวและความต้องการของคุณเป็นหลัก

1. เลือก Ulthera หากคุณมีปัญหา

  • แก้มหย่อนคล้อยมาก กรอบหน้าไม่ชัดเจน ต้องการยกกระชับใบหน้าและเหนียงให้ดูยกขึ้นอย่างชัดเจน
  • คิ้วตก หางตาตก ต้องการยกกระชับบริเวณรอบดวงตา (Ulthera มีหัวเฉพาะสำหรับรอบดวงตา)
  • ผิวไม่กระชับ แต่มีไขมันบนใบหน้าน้อย หรือเป็นคนหน้าเรียวอยู่แล้ว ต้องการเน้นการยกกระชับและสร้างกรอบหน้า
  • ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ

2. เลือก Thermage หากคุณมีปัญหา

  • มีไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม เหนียง หน้าท้อง หรือลำตัว ต้องการลดไขมันและกระชับผิวในคราวเดียวกัน
  • ผิวหน้าไม่แน่น รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน ต้องการปรับสภาพผิวให้กระชับ เต่งตึง และเรียบเนียนขึ้น
  • มีริ้วรอยเล็กๆ ทั่วใบหน้า และต้องการกระชับผิวโดยรวม
  • กังวลเรื่องความเจ็บปวด เพราะ Thermage มักจะรู้สึกสบายกว่า Ulthera
  • ต้องการกระชับผิวบริเวณรอบดวงตา (เปลือกตาบน) หรือลำตัว (Thermage มีหัวเฉพาะสำหรับจุดเหล่านี้)

ในหลายกรณี สามารถทำทั้ง Ulthera และ Thermage ร่วมกันได้ โดยแพทย์จะพิจารณาทำ Ulthera ก่อนเพื่อยกกระชับโครงสร้างชั้นลึก แล้วตามด้วย Thermage เพื่อกระชับผิวชั้นบน ลดไขมัน และปรับปรุงคุณภาพผิว ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น

การเตรียมตัวและดูแลหลังทำ

ทั้ง Ulthera และ Thermage เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด จึงมีการเตรียมตัวและดูแลที่ไม่ซับซ้อน

ก่อนทำ

  • ปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษา
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือยาที่รับประทานอยู่
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

หลังทำ

  • อาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงๆ ระบมใต้ผิว ซึ่งเป็นอาการปกติและจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน
  • สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที
  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการนวดหน้าแรงๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ และบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

สรุป

Ulthera vs Thermage ทั้งสองเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงในการยกกระชับและฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่มีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน Ulthera เน้นการยกกระชับอย่างชัดเจนถึงชั้น SMAS เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยและต้องการกรอบหน้าที่คมชัด ส่วน Thermage เน้นการกระชับผิวให้แน่นเฟิร์ม และลดไขมันส่วนเกินในชั้นตื้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม และลดไขมัน หากคุณยังไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีใดเหมาะสมกับคุณที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้แพทย์ได้ประเมินสภาพผิวและปัญหาของคุณอย่างละเอียด และแนะนำแนวทางการรักษาที่ตรงจุด เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุดตามความต้องการของคุณ

Doctor Tony Clinic
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.