ฉีด Filler ใต้ตาใช้กี่ CC ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ฉีด Filler ใต้ตาใช้กี่ CC
ผู้เขียน : ทีมแพทย์ DoctorTony Clinicหมวดหมู่ : โปรแกรมฟิลเลอร์อัปเดตล่าสุด : 11 กันยายน 2025

ปัจจุบันผู้คนหันมาให้ความนิยมในการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากันมากขึ้น ทำให้มีคลินิกที่ให้บริการด้านการฉีด ฟิลเลอร์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีทั้งคลินิกที่ใช้ฟิลเลอร์ของแท้และของเทียมผสมปนเปกันไป เราจึงต้องหาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ ทั้งนี้ การเลือกใช้ฟิลเลอร์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต้องใช้ของจริงที่มีคุณภาพเท่านั้น ซึ่งของจริงที่มีคุณภาพราคาก็จะสูงตามไปด้วย และการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาก็มีปริมาณการใช้แต่ละกรณีแตกต่างกันออกไป เรามาดูกันสิว่า ฉีด Filler ใต้ตาใช้กี่ CC และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

ฉีด Filler ใต้ตาใช้กี่ CC กับ 10 ปัญหาใต้ตาที่แก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์

  • ฟิลเลอร์แก้ไขถุงใต้ตา: วิธีนี้มักใช้กับหนุ่มสาวที่มีอายุเริ่มมากขึ้นแล้วเกิดปัญหาถุงใต้ตาหย่อนเนื่องจาก กระดูกใต้ตายุบตัว ส่งผลให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัย หรือดูเหนื่อยล้าอ่อนแออยู่ตลอดเวลา เพื่อลดภาวะเบ้าตาลึก ลดริ้วรอยบริเวณใต้ตา และถุงใต้ตาให้จางลง และตื้นขึ้น ทำให้หน้าดูกระชับ และอ่อนกว่าวัยมากขึ้น
  • ฟิลเลอร์แก้ไขร่องลึกใต้ตา: วิธีนี้ใช้แก้ปัญหาการเกิดร่องลึกใต้ตา ทำให้ตาดูโหล ใบหน้าไม่สดใส ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยเช่นกัน กรณีจะใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเท่าไหร่ แต่ละคนจะใช้ CCไม่เท่ากัน โดยจะเลือกใช้ฟิลเลอร์ชนิดที่มีความยืดหยุ่นสูง เนื้อนิ่มปานกลาง เมื่อฉีดแล้ว ร่องตาที่ลึกจะตื้นขึ้น ตาที่ดูโหลจะสดใสขึ้น หน้าดูเด็กลงกว่าเดิม
  • ฟิลเลอร์แก้ไขร่องน้ำตา: ร่องน้ำตาจะอยู่บริเวณมุมหัวตาไปจนถึงตอนกลางของกระดูกเบ้าตา ปัญหาร่องน้ำตาที่พบได้บ่อย คือ ร่องน้ำตาลึก ทำให้ใต้ตาดูคล้ำ โดยมากมักเกิดจากพันธุกรรม การที่มีอายุมากขึ้น คอลลาเจน และอีลาสตินที่อยู่ในผิวลดน้อยลง กระดูกยุบตัวลงเกิดเป็นร่องน้ำตา รวมไปถึงการที่มีน้ำหนักลดลง เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อย ยุบตัวลง และความเครียด ทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพลง การแก้ปัญหานี้จะใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัญหาร่องน้ำตา เลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแข็ง ไม่ฟู และคงรูปได้ดี เมื่อฉีดแล้วร่องน้ำตาจะตื้นขึ้น ลดความคล้ำบริเวณใต้ตา ทำให้หน้าดูเด็กลงได้
  • ฟิลเลอร์แก้ไขริ้วรอยใต้ตา: ริ้วรอยใต้ตาเกิดจากการที่คอลลาเจน และอีลาสตินในผิวหนังเริ่มลดลง ทำให้ผิวบางลง เกิดรอยตีนกา และรอยเหี่ยวย่น นอกจากนี้ยังเกิดจากการยุบตัวลงของกระดูกใต้ตา ทำให้ผิวเหี่ยวเกิดเป็นริ้วรอยได้ ในกรณีนี้จะใช้ฟิลเลอร์ปริมาณ 2 ซีซี ฉีดแล้วหน้าเด็กลงทันตาเห็น

ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะมีระยะเวลาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ

ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้:

ฮายาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid – HA): เป็นฟิลเลอร์ที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับการฉีดใต้ตา ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์เฉพาะและปฏิกิริยาของร่างกาย
ไพลิน (Poly-L-lactic Acid – PLLA): ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานกว่า HA ถึง 2 ปี
แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาทิท (Calcium Hydroxylapatite – CaHA): มีความคงทนสูง ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12 ถึง 18 เดือน

  • ปริมาณที่ฉีด: การฉีดในปริมาณที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากบริเวณใต้ตามีความละเอียดอ่อนและมีพื้นที่จำกัด โดยทั่วไปใช้ประมาณ 0.2 ถึง 0.5 ซีซีต่อด้าน แต่บางกรณีอาจต้องการมากหรือน้อยกว่านี้ตามสภาพผิวและความต้องการ

  • การตอบสนองของร่างกาย: ระบบภูมิคุ้มกันและอัตราการเผาผลาญของแต่ละบุคคลมีผลต่อการดูดซึมฟิลเลอร์ บางคนอาจดูดซึมฟิลเลอร์ได้เร็วกว่า ทำให้ระยะเวลาของผลลัพธ์สั้นลง

  • เทคนิคการฉีด: ความชำนาญและเทคนิคของแพทย์ผู้ฉีดมีผลต่อการกระจายตัวของฟิลเลอร์และความเรียบร้อยของผลลัพธ์ ซึ่งสามารถส่งผลต่อระยะเวลาที่ฟิลเลอร์อยู่ในร่างกาย

  • การดูแลหลังการฉีด: การปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการฉีด เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสแรง ๆ การงดการออกกำลังกายหนัก ๆ และการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของฟิลเลอร์ได้

ปัจจัยทางอายุและสุขภาพผิว: เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังและกระดูกใต้ตาจะเปลี่ยนแปลง ทำให้ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์อาจลดลงหรือต้องการการปรับปรุงเพิ่มเติมสภาพผิวที่มีความยืดหยุ่นดีและไม่มีปัญหาสุขภาพผิวอื่น ๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละคน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจฉีดควรดูก่อนว่าปัญหาของเราคืออะไร ควรใช้ฟิลเลอร์แบบไหน ในปริมาณเท่าไร ซึ่งแต่ละคนจะใช้ในปริมาณไม่เท่ากัน เมื่อฉีดแล้วจะอยู่ได้นานประมาณ 6 ถึง 18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และปัจจัยอื่น ๆ อ้อ! ควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ของแท้

 

 

Doctor Tony Clinic
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.