การปลูกผมคือการย้ายรากผมจากบริเวณที่ยังมีผมหนา (เช่น ด้านหลังท้ายทอย) มาปลูกในบริเวณที่ ผมบาง หรือ หัวล้าน โดยรากผมใหม่นี้จะสามารถงอกและเจริญเติบโตได้ตามปกติ เทคนิคการปลูกผมหลักมี 2 แบบที่นิยมใช้กันคือ ปลูกผม FUE และ FUT ซึ่งมีรายละเอียดและจุดแตกต่างดังนี้
เทคนิค ปลูกผม FUE (Follicular Unit Extraction)
วิธีการ ปลูกผม FUE เป็นอย่างไร?
- แพทย์จะใช้เครื่องมือขนาดเล็กเจาะเก็บรากผมออกมาจากหนังศีรษะด้านหลังทีละหน่วย โดยไม่ต้องตัดหนังศีรษะออกเป็นแผ่นแล้วนำมาปลูก วิธีนี้ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นยาว เนื่องจากไม่มีการตัดหนังศีรษะ
จุดเด่นของวิธีนี้
- แผลเป็นจุดเล็กๆ: แผลที่เกิดจะมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป มองเห็นได้ยากแม้ตัดผมสั้น
- ฟื้นตัวเร็ว: ระยะพักฟื้นสั้นกว่า ไม่มีความรู้สึกตึงหนังศีรษะ
- ยืดหยุ่นกว่า: สามารถโกนหรือตัดผมสั้นได้ในอนาคตโดยไม่กังวลว่าจะเห็นแผลเป็นชัดเจน
ข้อพิจารณา
- การปลูกผมด้วยวิธี FUE อาจใช้เวลานานกว่าในกรณีที่ต้องการปลูกผม จำนวนมากๆ
เทคนิค ปลูกผม FUT (Follicular Unit Transplantation)
วิธีการ ปลูกผม FUT เป็นอย่างไร?
- แพทย์จะทำการผ่าตัดตัดหนังศีรษะออกมาเป็นแผ่นแคบๆ จากด้านหลัง จากนั้นจึงนำแผ่นหนังศีรษะนี้ไปแยกภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อให้ได้หน่วยรากผม (กราฟต์) ที่สมบูรณ์ ก่อนนำไปปลูกทีละต้นในบริเวณที่ต้องการ
เหมาะกับใคร?
- เทคนิคนี้มักเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้านค่อนข้างรุนแรง หรือต้องการปลูกผมจำนวนมากในครั้งเดียว เพราะสามารถเก็บรากผมได้คราวละจำนวนมาก
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
- มีแผลเป็นเส้นตรง: หลังการผ่าตัดจะทิ้งแผลเป็นเป็นเส้นยาวบริเวณท้ายทอย ซึ่งปกติจะถูกปกปิดโดยเส้นผมที่เหลืออยู่
- ระยะพักฟื้นนานกว่า: อาจรู้สึกตึงหนังศีรษะและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเทคนิค FUE
- อาจเห็นแผลเป็นเมื่อตัดผมสั้น: จึงอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบไว้ผมสั้นมากเป็นประจำ
👉 อ่านเพิ่มเติม : เลือกคลินิกปลูกผมอย่างไร? 7 เช็กลิสต์ที่ควรพิจารณา
สรุปเปรียบเทียบและคำแนะนำ
ปัญหาแบบไหนที่ควรปลูกผม FUE
- ต้องการแผลเป็นที่เล็กมาก มองเห็นได้ยาก
- ชอบไว้ผมสั้นหรือต้องการความยืดหยุ่นในการทำทรงผมในอนาคต
- ต้องการฟื้นตัวเร็วและรู้สึกสบายหนังศีรษะหลังทำ
ปัญหาแบบไหนที่ควรปลูกผม FUT
- มีศีรษะล้านพื้นที่กว้างและต้องการปลูกผมจำนวนมาก
- ไม่ได้กังวลเรื่องการมีแผลเป็นเส้นตรงที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นผม
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่มีเทคนิคใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การจะเลือกเทคนิคไหนนั้น ควรมาจากการปรึกษาและประเมินสภาพหนังศีรษะ ความหนาแน่นของรากผม และความต้องการส่วนตัวร่วมกับแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยตรง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ


Pingback: เทคนิค ปลูกผม DHI คืออะไร? แตกต่างจาก FUE อย่างไร?