หลายคนยังลังเลที่จะฉีดฟิลเลอร์ เพราะกลัวเจอฟิลเลอร์ปลอม และกลัวผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นธรรมชาติ ยิ่งตอนนี้มีฟิลเลอร์ให้เลือกเยอะ ก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจยาก สำหรับใครที่กำลังมองหาฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติในราคาที่เข้าถึงได้ ฟิลเลอร์ Neuramis (นิวรามิส) ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ด้วยจุดเด่นด้านความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพระดับทางการแพทย์ บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ ฟิลเลอร์นิวรามิส แบบครบถ้วน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
- ฟิลเลอร์ นิวรามิส คืออะไร ?
- ฟิลเลอร์ นิวรามิส ผลิตด้วยเทคโนโลยีอะไร ?
- ฟิลเลอร์ นิวรามิส ดีไหม? ทำไมคนถึงนิยมฉีด?
- ฟิลเลอร์ นิวรามิส มีกี่รุ่น?
- ฟิลเลอร์ นิวรามิส เหมาะกับฉีดบริเวณไหน ?
- ฟิลเลอร์ นิวรามิส ใช้กี่ CC ต่อจุด
- ฟิลเลอร์ นิวรามิส เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร ?
- ฟิลเลอร์ นิวรามิส อันตรายไหม ?
- มีผลข้างเคียงหลังฉีดหรือเปล่า?
- เปรียบเทียบฟิลเลอร์ Neuramis กับฟิลเลอร์เกาหลียี่ห้ออื่น
- ฟิลเลอร์ นิวรามิส ราคาเท่าไหร่ ?
- การดูแลก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์
- สรุป
- FAQ
ฟิลเลอร์ Neuramis คืออะไร ?
นิวรามิส คือฟิลเลอร์ในกลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) จากประเทศเกาหลีใต้ ผลิตโดยบริษัท Medytox ซึ่งเป็นบริษัทด้านชีวเภสัชภัณฑ์ที่มีมาตรฐานระดับสากล ฟิลเลอร์ชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว โดยใช้สารที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับ HA ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย จึงมีความเข้ากันได้ดี และสามารถสลายไปเองได้ตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง
ฟิลเลอร์ Neuramis ผลิตด้วยเทคโนโลยีอะไร ?
เหตุผลที่ฟิลเลอร์ นิวรามิสได้รับความนิยม ไม่ได้มีแค่เรื่องราคา แต่ยังมาจากเทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเสถียร บริสุทธิ์ และคงรูปได้ดี ส่งผลให้หลังฉีดได้ทรงสวย ดูเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้นานในระดับที่น่าพอใจ
SHAPE Technology คืออะไร ?
SHAPE Technology เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ นิวรามิส ที่ใช้ในการผลิตฟิลเลอร์ โดยเป็นกระบวนการที่ช่วยให้โมเลกุลของ Hyaluronic Acid (HA) เชื่อมต่อกันอย่างแข็งแรงและสม่ำเสมอ ผลลัพธ์คือฟิลเลอร์ที่คงรูปดี ไม่ไหลย้อยง่าย และทนต่อเอนไซม์ที่ย่อยสลาย HA ในร่างกาย ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นด้านโครงสร้างโมเลกุล
2-Step Cross-linking Process ฟิลเลอร์ นิวรามิสผ่านการเชื่อมโมเลกุล 2 ขั้นตอน ทำให้เนื้อเจลเนียนและเข้ากับผิวได้ดี ลดความเสี่ยงเกิดก้อนหรือรอยบวมหลังฉีด
High Purification กระบวนการทำความสะอาดสารตกค้าง เช่น BDDE ถูกลดให้น้อยมาก ทำให้โอกาสแพ้ การอักเสบ หรือบวมแดงหลังฉีดลดลงอย่างชัดเจน
Long-lasting Effect โครงสร้างโมเลกุลที่หนาแน่นสม่ำเสมอ ช่วยให้ฟิลเลอร์รักษารูปทรงและพยุงผิวได้นานกว่าฟิลเลอร์เกาหลีทั่วไป
ฟิลเลอร์ Neuramis ดีไหม? ทำไมคนถึงนิยมฉีด?
ฟิลเลอร์ นิวรามิส เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อยากปรับรูปหน้าให้ดูดีขึ้นในงบที่คุ้มค่า แต่ยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยข้อดีของฟิลเลอร์ นิวรามิส มีดังนี้
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย: ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย (TFDA) รวมถึงมาตรฐานระดับสากล เช่น KFDA ทำให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย
- เนื้อเจลปั้นทรงง่าย: มีความหนืดกำลังดี ทำให้แพทย์สามารถขึ้นทรงได้ง่าย เหมาะกับจุดที่ต้องการความคมชัด เช่น คาง ร่องแก้ม หรือขมับ
- เห็นผลค่อนข้างเร็ว: หลังฉีดสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที และจะเข้าที่สวยขึ้นในช่วง 1–2 สัปดาห์
- มีหลายรุ่นให้เลือก: แต่ละรุ่นออกแบบมาให้เหมาะกับปัญหาและตำแหน่งที่แตกต่างกัน ช่วยให้เลือกใช้ได้ตรงจุดมากขึ้น
- ความเจ็บน้อย: รุ่นยอดนิยมส่วนใหญ่มีส่วนผสมของยาชา ช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างฉีดได้
- ราคาเข้าถึงง่าย: เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์แบรนด์อื่นในกลุ่มเดียวกัน ถือว่าอยู่ในระดับที่คุ้มค่า แต่ยังให้ผลลัพธ์ที่ดูสวยและเป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์ Neuramis มีกี่รุ่น?
ปัจจุบันฟิลเลอร์ นิวรามิส มีทั้งหมด 5 รุ่นหลัก โดยแต่ละรุ่นถูกออกแบบให้เหมาะกับระดับความลึกของผิวและตำแหน่งที่ฉีดแตกต่างกัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ได้แก่
Neuramis Deep (กล่องสีดำ)
รุ่นยอดนิยมที่เรียกว่าตัวจบสำหรับหลายคน เพราะเนื้อฟิลเลอร์มีความหนืดระดับกลาง ไม่แข็งและไม่นิ่มเกินไป ทำให้ปั้นทรงได้ง่าย และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- เหมาะสำหรับ: ฟิลเลอร์ร่องแก้ม, ร่องน้ำตา, ฟิลเลอร์คาง หรือเติมขมับที่ยุบเล็กน้อย
Neuramis Deep Lidocaine (กล่องดำ-ทอง)
คุณสมบัติคล้ายรุ่น Deep แต่เพิ่มยาชาเข้ามา ทำให้ระหว่างฉีดรู้สึกสบายขึ้น เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องความเจ็บ เนื้อฟิลเลอร์ยังคงให้ความบาลานซ์ระหว่างการยกกระชับและความเป็นธรรมชาติ
- เหมาะสำหรับ: ฟิลเลอร์คาง, ร่องแก้มลึก, เติมขมับ หรือเพิ่มมิติให้ใบหน้า
Neuramis Volume Lidocaine (กล่องสีทอง)
รุ่นนี้เน้นสร้างโครงหน้าโดยเฉพาะ เนื้อฟิลเลอร์มีความแน่นและคงรูปสูงกว่ารุ่น Deep เหมาะกับการฉีดในชั้นลึก เพื่อช่วยพยุงผิวและเพิ่มมิติให้ใบหน้าดูชัดขึ้น
- เหมาะสำหรับ: เสริมคางให้ชัด, ฟิลเลอร์ขมับ , หรือยกพยุงร่องแก้มที่ลึกมาก
Neuramis Light Lidocaine (กล่องสีขาว)
รุ่นเนื้อเบาที่สุดในกลุ่ม เหมาะสำหรับงานผิวชั้นตื้น เนื้อเจลละเอียด นิ่ม และกระจายตัวได้ดี ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ พร้อมผสมยาชา ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างฉีด
- เหมาะสำหรับ: เติมริ้วรอยตื้นรอบดวงตา, ริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า หรือเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ
Neuramis Lidocaine (กล่องสีฟ้า)
รุ่นเนื้อเจลความหนืดระดับต้น เหมาะสำหรับการเติมเต็มในชั้นผิวตื้นถึงระดับกลาง ให้ผลลัพธ์เรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติ พร้อมมีส่วนผสมของยาชาช่วยลดความเจ็บระหว่างฉีด
- เหมาะสำหรับ: ริ้วรอยระดับตื้นถึงปานกลาง, เติมเต็มร่องเล็กๆ หรือปรับผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น
ฟิลเลอร์ Neuramis เหมาะกับฉีดบริเวณไหน ?
ด้วยคุณสมบัติของเนื้อเจลที่มีความเสถียรและคงรูปได้ดี ทำให้ฟิลเลอร์ นิวรามิส สามารถนำมาใช้ปรับรูปหน้าได้หลายตำแหน่ง โดยตำแหน่งยอดนิยม ได้แก่
- คาง: ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น เพิ่มความคมชัดของกรอบหน้า โดยเฉพาะมุมด้านข้าง
- ร่องแก้ม: เติมเต็มร่องลึก ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น ลดความโทรม
- ขมับ: แก้ปัญหาขมับตอบ ทำให้หน้าดูละมุนขึ้น และช่วยบาลานซ์โหนกแก้มไม่ให้เด่นเกินไป
- หน้าแก้ม: เพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าดูอิ่มฟู สดใส และมีมิติมากขึ้น
ฟิลเลอร์ Neuramis ใช้กี่ CC ต่อจุด
ปริมาณการใช้ฟิลเลอร์ในแต่ละตำแหน่งจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าเดิม ความลึกของปัญหา และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้เหมาะสมแบบรายบุคคล
- ฟิลเลอร์คาง: ใช้ประมาณ 1–2 CC ขึ้นอยู่กับความยาวและรูปทรงที่ต้องการ
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม / พวงแก้ม: ประมาณ 1–2 CC (ข้างละ 0.5–1 CC) เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ
- ฟิลเลอร์ขมับ: หากยุบตัวมาก อาจใช้ข้างละ 1 CC รวมประมาณ 2 CC เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจน
ฟิลเลอร์ Neuramis เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร ?
แม้ นิวรามิส จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูง แต่การพิจารณาความเหมาะสมก่อนเข้ารับบริการถือเป็นเรื่องสำคัญที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญต้องประเมินอย่างละเอียด
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันที: สำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก คางสั้น หรือหน้าตอบ การใช้ นิวรามิส สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำเสร็จ
- ผู้ที่ต้องการฟิลเลอร์ราคาเข้าถึงง่าย: คุณภาพดีผ่านมาตรฐาน อย.ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นๆ
- ผู้ที่เพิ่งเริ่มฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก: ด้วยคุณสมบัติที่ฉีดง่ายและสามารถสลายตัวได้เอง ทำให้เหมาะกับมือใหม่ที่อยากทดลองปรับรูปหน้า
ไม่เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ไฮยาลูโรนิก: แม้จะพบน้อยมาก แต่ผู้ที่ทราบว่าตนเองมีอาการแพ้สารกลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยง
- ผู้ที่กำลังมีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด: เช่น มีสิวอักเสบรุนแรง หรือมีแผลสด ควรได้รับการรักษาให้หายดีก่อน
- สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร: แม้ไม่มีงานวิจัยระบุว่าอันตราย แต่ในทางการแพทย์มักแนะนำให้เลื่อนการทำหัตถการออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูก
ฟิลเลอร์ Neuramis อันตรายไหม ?
โดยทั่วไป นิวรามิส ถือว่าปลอดภัยสูง เพราะมีส่วนผสมหลักเป็น Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งร่างกายสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติและไม่ตกค้าง นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองจาก อย. ไทย (TFDA) และผ่านมาตรฐานสากล เช่น KFDA และบางประเทศในยุโรป ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัย หากเป็น นิวรามิส ของแท้ ที่นำเข้าโดยบริษัทที่ถูกต้องและฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาค อาการข้างเคียงที่พบบ่อยจะเป็นเพียง บวมเล็กน้อยหรือรอยเข็ม ซึ่งมักหายไปเองภายใน 3–7 วัน
มีผลข้างเคียงหลังฉีดหรือเปล่า?
หลังฉีดฟิลเลอร์ นิวรามิส รวมถึงฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid ทุกยี่ห้อ อาจมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวและจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน เราสามารถแบ่งผลข้างเคียงออกเป็น 3 ระดับเพื่อให้เข้าใจง่ายดังนี้
ผลข้างเคียงปกติ
เป็นอาการที่พบได้บ่อยและไม่ต้องตกใจ เช่น
- บวม: ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและเนื้อเยื่อมีการบาดเจ็บเล็กน้อย บวมมากที่สุดใน 2–3 วันแรก และจะค่อยๆ ยุบตัวใน 1–2 สัปดาห์
- รอยเขียวช้ำ: เกิดจากเข็มสะกิดเส้นเลือดฝอยใต้ผิว มักเป็นจุดเล็กหรือจางๆ และหายเองใน 7–14 วัน
- ความระบมหรือเจ็บเล็กน้อย: รู้สึกตึงหรือเจ็บบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
- ก้อนนิ่มใต้ผิว: ฟิลเลอร์ยังไม่กลืนตัวเต็มที่ใน 1–2 สัปดาห์แรก อาจคลำพบก้อนนิ่มๆ แต่จะเรียบเนียนไปเอง
ผลข้างเคียงที่ควรปรึกษาแพทย์
หากพบอาการดังต่อไปนี้หลังฉีดหลายวัน ควรติดต่อแพทย์เพื่อประเมิน
- บวมแดงหรือร้อนบริเวณที่ฉีดนานเกิน 1 สัปดาห์
- ก้อนแข็งหรือคันบริเวณที่ฉีด
- ฟิลเลอร์เคลื่อนผิดตำแหน่งจากจุดที่ฉีด
ผลข้างเคียงรุนแรง ต้องพบแพทย์ทันที
มักเกิดจากการฉีดผิดชั้นผิวหรือใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ปวดรุนแรงทันทีระหว่างหรือหลังฉีด
- ผิวซีด ขาว ม่วง หรือเป็นรอยตาข่าย บ่งบอกถึงความเสี่ยงเนื้อตาย
- มีปัญหาการมองเห็น เช่น ตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน หรือปวดตาอย่างรุนแรง
- ตุ่มหนองหรือแผลติดเชื้อบริเวณที่ฉีด
เปรียบเทียบฟิลเลอร์ Neuramis กับฟิลเลอร์เกาหลียี่ห้ออื่น
ฟิลเลอร์เกาหลีมีหลายแบรนด์ เช่น Lorient , e.p.t.q. ,Flore แต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งเนื้อเจล ความคงตัว และผลลัพธ์หลังฉีด แม้จะเป็น Hyaluronic Acid (HA) เหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันที่เทคโนโลยีการผลิตและคุณสมบัติของเนื้อฟิลเลอร์
ยี่ห้อ
ยี่ห้อ | ลักษณะเนื้อฟิลเลอร์ | จุดเด่น | ราคาโดยประมาณ (ต่อ 1 CC) | ระยะเวลาคงผลลัพธ์ |
Neuramis | เนื้อค่อนข้างแน่น คงรูปได้ดี | ความคุ้มค่าสูงสุด พยุงผิวชั้นลึกได้ดี ปั้นทรงคางและขมับสวย | 4,900 – 8,900 บาท | 6 – 18 เดือน (ตามรุ่น) |
Lorient | เนื้อเนียนละเอียด มีค่า Osmolality ใกล้เคียงผิว | ดบวมได้ดีเยี่ยม หลังฉีดไม่ค่อยดึงน้ำ เหมาะกับผิวแพ้ง่าย | 5,xxx – 9,xxx บาท | 9 – 12 เดือน |
e.p.t.q. | เนื้อเจลยืดหยุ่นสูง และบริสุทธิ์สูง | ความละมุนเป็นธรรมชาติสูงมาก ไม่เป็นก้อน ยิ้มแล้วไม่โป๊ะ | 5,900 – 9,900 บาท | 6 – 15 เดือน |
Flore | เนื้อแน่นมากด้วยเทคโนโลยี 3D P-Link | พลังการยกกระชับสูงสุด ปั้นทรงกริบเหมือนวางกระดูก | 6,xxx – 9,xxx บาท | 6 – 12 เดือน |
ฟิลเลอร์ Neuramis ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาของฟิลเลอร์ นิวรามิส ในปี 2026 นั้นมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ฉีด โดยเฉลี่ยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4,900 – 8,900 บาท ต่อ 1 CC หากพบราคาที่ถูกกว่านี้อย่างผิดปกติ อาจเป็นของปลอมหรือยาหิ้วที่ไม่ผ่านมาตรฐาน
การดูแลก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์
การดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์ นิวรามิส เป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้การฉีดปลอดภัย ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง และทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวยเป็นธรรมชาติ การเตรียมตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวได้ดีและอยู่ได้นานยิ่งขึ้น
การดูแลตัวเองก่อนฉีดฟิลเลอร์
- งดแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมงก่อนฉีด
- งดอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามิน E, น้ำมันปลา, แปะก๊วย, กระเทียมสกัด
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ รอยสัก หรือการกรอผิวเข้มข้น 1–2 วันก่อนฉีด
- หากผิวบอบบางหรือมีรอยแผลเปิด ควรรักษาให้หายก่อน
- นอนหลับเพียงพอ ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและลดอาการบวม
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 1–2 วันก่อนฉีด เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นและฟิลเลอร์เซ็ตตัวดี
- แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว หรือยาที่กำลังใช้
การดูแลตัวเองก่อนฉีดฟิลเลอร์
เพื่อให้ฟิลเลอร์เซตตัวได้สวยงามและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด การดูแลตัวเองในช่วง 2 สัปดาห์แรกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด
ช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- ห้ามกด นวด หรือคลึง โดยเฉพาะบริเวณที่ฉีด เพราะฟิลเลอร์ในช่วงแรกจะยังไม่เซ็ตตัวดี การไปบีบนวดอาจทำให้เสียทรงได้
- เลี่ยงการแต่งหน้า อย่างน้อย 12 ชั่วโมง เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่รูเข็ม
- ดื่มน้ำมากๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูตัวสวยและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ช่วง 2 สัปดาห์แรก
- งดความร้อนจัด เช่น การเข้าซาวน่า, แช่น้ำอุ่น, การทำเลเซอร์หน้า หรือแม้แต่การยืนหน้าเตาร้อนๆ นานๆ
- เลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกชนิด
- งดอาหารรสจัด/ของหมักดอง
การนอนและการใช้ชีวิต
- ท่านอน: แนะนำให้นอนหนุนหมอนสูงในช่วง 1-2 คืนแรก และ ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ ทับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์มา
- งดออกกำลังกายหนัก: อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานหนักเกินไป
สรุป
ฟิลเลอร์ Neuramis ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าในงบประมาณที่เหมาะสม โดยยังคงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยให้เนื้อเจลมีความสม่ำเสมอ คงตัวดี และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ จึงเป็นฟิลเลอร์ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในคลินิกความงาม
หากคุณกำลังพิจารณาฉีดฟิลเลอร์ นิวรามิส แนะนำให้เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีการใช้ตัวยาแท้ เปิดกล่องใหม่ต่อหน้าทุกครั้ง และมีแพทย์ที่มีความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าอย่างลึกซึ้ง ที่ Doctor Tony Clinic แพทย์จะประเมินรูปหน้าแบบรายบุคคล เพื่อออกแบบการฉีดให้เหมาะกับโครงสร้างจริง ไม่ใช่แค่เติมให้เต็ม แต่เน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและสมดุลในระยะยาว
FAQ
โดยเฉลี่ยประมาณ 6 – 18 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่รุ่นที่ฉีด การดูแลตัวเองและตำแหน่งที่ฉีดด้วย
มีโอกาสหากฉีดในบริเวณที่ผิวบางเกินไป เช่น ใต้ตา หรือใช้ปริมาณมากเกินไปในจุดเดียว แต่ถ้าฉีดโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญในชั้นผิวที่ถูกต้อง จะช่วยลดโอกาสเกิดก้อนได้มาก
ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวหน้า โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ 1 CC สำหรับร่องแก้มหรือคาง แต่หากมีปัญหาร่องลึกมากหรือหน้าตอบชัดเจน อาจต้องใช้ 2-4 CC ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินหน้างานตามปัญหาผิวจริงอีกครั้ง
ฉีดซ้ำได้ สามารถเติมได้เมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลายตัว หรือหากต้องการปรับทรงเพิ่มก็สามารถทำได้ตามคำแนะนำของแพทย์
ไม่ต้องพักฟื้น ทำเสร็จแล้วใช้ชีวิตตามปกติได้เลย แต่อาจมีอาการบวมเข็มเล็กน้อยประมาณ 2-3 วัน และจะเข้าที่สวยงามในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

