เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจนไปปีละประมาณ 1-1.5% ส่งผลให้ผิวเริ่มฝ่อ มีริ้วรอย และใต้ตาดูคล้ำโหล หลายคนพยายามใช้สกินแคร์แต่ก็ซึมไม่ถึงชั้นลึก หรือฉีดฟิลเลอร์แล้วก็กังวลเรื่องการบวมน้ำหรือเป็นก้อนโปรแกรม TheraFill จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็น “ทางลัด” ในการเติมคอลลาเจนเข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อผลลัพธ์ที่เนียนเป็นธรรมชาติที่สุด
- คอลลาเจนสด คืออะไร?
- โปรแกรม คอลลาเจนสด ทำงานอย่างไร?
- คอลลาเจนสด ช่วยเรื่องอะไร?
- เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน?
- มีข้อดีอย่างไร?
- คอลลาเจนสด ต่างจากคอลลาเจนสดยี่ห้ออื่นอย่างไร?
- เปรียบเทียบ คอลลาเจนสด ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?
- คอลลาเจนสด ราคาเท่าไหร่?
- เห็นผลเมื่อไหร่? อยู่ได้นานแค่ไหน?
- คอลลาเจนสด ควรฉีดกี่ครั้ง?
- การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ ก่อนทำ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
TheraFill คืออะไร?
โปรแกรม TheraFill คือสารเติมเต็มในกลุ่ม Atelocollagen (เอเทโลคอลลาเจน) หรือที่นิยมเรียกกันว่า “คอลลาเจนสด” เป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์ประเภทที่ 1 (Type I Collagen) ที่สกัดมาให้มีความใกล้เคียงกับคอลลาเจนในผิวของมนุษย์มากที่สุด ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์สูงเพื่อลดโอกาสการแพ้และการต่อต้านจากร่างกาย
โปรแกรม TheraFill ทำงานอย่างไร?
กลไกของ คอลลาเจนสดl แบ่งเป็น 2 ระยะสำคัญ
- ระยะเติมเต็ม (Replacement): เมื่อฉีดเข้าไป คอลลาเจนจะเข้าไปเติมช่องว่างในชั้นหนังแท้ (Dermis) ทันที ช่วยหนุนผิวที่บุ๋มหรือริ้วรอยให้ตื้นขึ้น
- ระยะกระตุ้น (Scaffolding): ตัวยาจะทำหน้าที่เป็น “นั่งร้าน” ให้เซลล์สร้างคอลลาเจน (Fibroblast) เข้ามาเกาะและยึดเหนี่ยว เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติขึ้นมาหุ้มล้อมสารที่ฉีดเข้าไป
TheraFill ช่วยเรื่องอะไร?
- แก้ปัญหาใต้ตา: ลดรอยคล้ำใต้ตา (Dark Circles) และเติมร่องใต้ตาที่ดูโหลให้เต็มขึ้น
- ริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines): จัดการริ้วรอยรอบดวงตา หน้าผาก หรือมุมปากที่ฟิลเลอร์ทั่วไปเติมได้ยาก
- คุณภาพผิว (Skin Quality): ช่วยให้ผิวดูแน่น ยืดหยุ่น และรูขุมขนกว้าง กระชับดูละเอียดขึ้น
- สีผิว: ช่วยให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูสว่าง กระจ่างใสขึ้น ลดความหมองคล้ำ
TheraFill เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน?
- คนที่มีใต้ตาดำ คล้ำ จากผิวบาง หรือเห็นเส้นเลือดใต้ตาชัดเจน
- คนที่มีผิวฝ่อ ขาดความชุ่มชื้นและยืดหยุ่น (Skin Laxity)
- คนที่มีริ้วรอยตื้นๆ กระจายอยู่ทั่วใบหน้า
- คนที่มีหลุมสิวตื้นๆ หรือแผลเป็นขนาดเล็ก
- คนที่กลัวการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ
TheraFill มีข้อดีอย่างไร?
- ความปลอดภัยสูง: มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์สูงมาก (Biocompatibility)
- งานผิวเนียนกริบ: เนื้อคอลลาเจนมีความละเอียด ไม่บวมน้ำ และไม่เกิดปรากฏการณ์ Tyndall Effect (เห็นผิวเป็นสีฟ้า/เขียวเมื่อโดนแสง)
- เห็นผลไว: เห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องความฟูของผิวได้ทันทีหลังทำ
- ละมุน: เหมาะกับงานละเอียดในบริเวณที่ผิวบอบบางมาก
โปรแกรม คอลลาเจนสด ต่างจากคอลลาเจนสดยี่ห้ออื่นอย่างไร?
โดดเด่นที่กระบวนการผลิตระดับ Medical Grade ที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก และมีการกำจัดส่วนปลาย Telopeptide ออกอย่างสมบูรณ์ ทำให้โอกาสการแพ้ (Immunogenicity) ต่ำกว่ายี่ห้ออื่นในท้องตลาดอย่างชัดเจน ทำให้แพทย์มั่นใจในการใช้ฉีดในบริเวณที่ไวต่อการแพ้อย่างรอบดวงตา
เปรียบเทียบ คอลลาเจนสด ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?
หัวข้อเปรียบเทียบ | TheraFill คอลลาเจน | ฟิลเลอร์ HA |
ส่วนประกอบ | คอลลาเจน Type I | Hyaluronic Acid |
กลไกการทำงาน | กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ + เติมเต็มผิวอิ่มฟู | เติมเต็มและดูดซับน้ำ |
ผลลัพธ์ทันที | เห็นได้ทันทีแต่ค่อย ๆ ดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์ | เห็นผลหลังทำทันที |
ความเป็นธรรมชาติ | ดูละมุน เป็นธรรมชาติ | เป็นธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับเทคนิคแพทย์และปริมาณการใช้ |
อยู่ได้นานแค่ไหน | 6-9 เดือน | 6-24 เดือนขึ้นกับแต่ละยี่ห้อ |
การกระตุ้นผิว | กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ | ไม่กระตุ้น แต่เติมเต็ม เพิ่มวอลลุ่ม ปรับแต่งทรงได้ |
คอลลาเจนสด ราคาเท่าไหร่?
ราคาเฉลี่ยในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 18,000 บาท ต่อ 1 CC (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกและความชำนาญของแพทย์)
เห็นผลเมื่อไหร่? อยู่ได้นานแค่ไหน?
เห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 70-80% และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่อตัวยาเซตตัวใน 1-2 สัปดาห์ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6 – 9 เดือน และอาจอยู่นานขึ้นหากมีการฉีดกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง
คอลลาเจนสด ควรฉีดกี่ครั้ง?
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นสามารถฉีดกระตุ้นปีละ 1-2 ครั้งเพื่อคงสภาพผิวเด็กไว้
การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ ก่อนทำ
งดวิตามินและยาที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก (เช่น Fish Oil, Aspirin) อย่างน้อย 1 สัปดาห์
หลังทำ
- งดนวดคลึงบริเวณที่ฉีด 24 ชม. แรก
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด (ซาวน่า, เลเซอร์ความร้อนสูง) 1-2 สัปดาห์
- ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและคอลลาเจนทำงานได้ดีขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เจ็บน้อยมาก เพราะก่อนทำจะมีการแปะยาชา และในตัวยา คอลลาเจนสด เองมีส่วนผสมของยาชาเล็กน้อยเพื่อช่วยให้สบายผิวขณะฉีด
ไม่แข็งและไม่เป็นก้อน เนื่องจากคอลลาเจนมีความนิ่มและเนียนไปกับชั้นผิวตามธรรมชาติได้ดีกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปมาก
ใต้ตา คือตำแหน่งอันดับหนึ่ง รองลงมาคือริ้วรอยตื้นๆ รอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้มชั้นตื้น
ไม่ต้องพักฟื้น อาจมีรอยแดงจากเข็มเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองใน 1-3 ชม. สามารถไปธุระต่อได้เลย
เริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 20 ปลายๆ ที่เริ่มกังวลเรื่องใต้ตาโทรม ไปจนถึงวัย 50+ ที่มีปัญหาผิวฝ่อตัว
สามารถฉีดได้ เช่น ฉีดร่วมกับโบท็อกซ์เพื่อริ้วรอยที่เป๊ะขึ้น หรือฉีดหลังทำ Rejuran เพื่อเน้นงานผิวฉ่ำวาวร่วมกับความฟู
ฉีดได้ หากฟิลเลอร์เดิมยังเหลืออยู่นิดหน่อยก็สามารถใช้ TheraFill มาฉีดทับในชั้นตื้นเพื่อเก็บรายละเอียดงานผิวให้เนียนขึ้นได้
ควรเลือกคลินิกที่ตรวจสอบกล่องยาได้ว่าเป็นของแท้ (ผ่าน อย. ไทย) และต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญด้านกายวิภาครอบดวงตาเท่านั้น
สรุป
คอลลาเจนสดTheraFill คือทางออกสำหรับคนที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวแบบ “ละมุนและปลอดภัย” โดยเฉพาะปัญหาใต้ตาที่จัดการยาก หากคุณเบื่อกับการต้องโบกคอนซีลเลอร์หนาๆ คอลลาเจนสดตัวนี้คือคำตอบที่จะทำให้คุณกล้าเผยหน้าสดได้อย่างมั่นใจ
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : เรื่องการสูญเสียคอลลาเจนเมื่ออายุเพิ่มขึ้น National Institute on Aging (NIH)

