TheraFill คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร ฉีดแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?

Therafill
ผู้เขียน : ทีมแพทย์ DoctorTony Clinicหมวดหมู่ : บทความ Biostimulator (กระตุ้นคอลลาเจน)อัปเดตล่าสุด : 12 มีนาคม 2026

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจนไปปีละประมาณ 1-1.5% ส่งผลให้ผิวเริ่มฝ่อ มีริ้วรอย และใต้ตาดูคล้ำโหล หลายคนพยายามใช้สกินแคร์แต่ก็ซึมไม่ถึงชั้นลึก หรือฉีดฟิลเลอร์แล้วก็กังวลเรื่องการบวมน้ำหรือเป็นก้อนโปรแกรม TheraFill จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็น “ทางลัด” ในการเติมคอลลาเจนเข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อผลลัพธ์ที่เนียนเป็นธรรมชาติที่สุด

TheraFill คืออะไร?

โปรแกรม TheraFill คือสารเติมเต็มในกลุ่ม Atelocollagen (เอเทโลคอลลาเจน) หรือที่นิยมเรียกกันว่า “คอลลาเจนสด” เป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์ประเภทที่ 1 (Type I Collagen) ที่สกัดมาให้มีความใกล้เคียงกับคอลลาเจนในผิวของมนุษย์มากที่สุด ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์สูงเพื่อลดโอกาสการแพ้และการต่อต้านจากร่างกาย

TheraFill ทำงานอย่างไร?
TheraFill ทำงานอย่างไร?

โปรแกรม TheraFill ทำงานอย่างไร?

กลไกของ คอลลาเจนสดl แบ่งเป็น 2 ระยะสำคัญ

  • ระยะเติมเต็ม (Replacement): เมื่อฉีดเข้าไป คอลลาเจนจะเข้าไปเติมช่องว่างในชั้นหนังแท้ (Dermis) ทันที ช่วยหนุนผิวที่บุ๋มหรือริ้วรอยให้ตื้นขึ้น
  • ระยะกระตุ้น (Scaffolding): ตัวยาจะทำหน้าที่เป็น “นั่งร้าน” ให้เซลล์สร้างคอลลาเจน (Fibroblast) เข้ามาเกาะและยึดเหนี่ยว เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติขึ้นมาหุ้มล้อมสารที่ฉีดเข้าไป

TheraFill ช่วยเรื่องอะไร?

  • แก้ปัญหาใต้ตา: ลดรอยคล้ำใต้ตา (Dark Circles) และเติมร่องใต้ตาที่ดูโหลให้เต็มขึ้น
  • ริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines): จัดการริ้วรอยรอบดวงตา หน้าผาก หรือมุมปากที่ฟิลเลอร์ทั่วไปเติมได้ยาก
  • คุณภาพผิว (Skin Quality): ช่วยให้ผิวดูแน่น ยืดหยุ่น และรูขุมขนกว้าง กระชับดูละเอียดขึ้น
  • สีผิว: ช่วยให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูสว่าง กระจ่างใสขึ้น ลดความหมองคล้ำ
therafill เหมาะกับใคร
therafill เหมาะกับใคร

TheraFill เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน?

  • คนที่มีใต้ตาดำ คล้ำ จากผิวบาง หรือเห็นเส้นเลือดใต้ตาชัดเจน
  • คนที่มีผิวฝ่อ ขาดความชุ่มชื้นและยืดหยุ่น (Skin Laxity)
  • คนที่มีริ้วรอยตื้นๆ กระจายอยู่ทั่วใบหน้า
  • คนที่มีหลุมสิวตื้นๆ หรือแผลเป็นขนาดเล็ก
  • คนที่กลัวการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน หรือดูไม่เป็นธรรมชาติ

TheraFill มีข้อดีอย่างไร?

  • ความปลอดภัยสูง: มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์สูงมาก (Biocompatibility)
  • งานผิวเนียนกริบ: เนื้อคอลลาเจนมีความละเอียด ไม่บวมน้ำ และไม่เกิดปรากฏการณ์ Tyndall Effect (เห็นผิวเป็นสีฟ้า/เขียวเมื่อโดนแสง)
  • เห็นผลไว: เห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องความฟูของผิวได้ทันทีหลังทำ
  • ละมุน: เหมาะกับงานละเอียดในบริเวณที่ผิวบอบบางมาก

โปรแกรม คอลลาเจนสด ต่างจากคอลลาเจนสดยี่ห้ออื่นอย่างไร?

โดดเด่นที่กระบวนการผลิตระดับ Medical Grade ที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก และมีการกำจัดส่วนปลาย Telopeptide ออกอย่างสมบูรณ์ ทำให้โอกาสการแพ้ (Immunogenicity) ต่ำกว่ายี่ห้ออื่นในท้องตลาดอย่างชัดเจน ทำให้แพทย์มั่นใจในการใช้ฉีดในบริเวณที่ไวต่อการแพ้อย่างรอบดวงตา

เปรียบเทียบ คอลลาเจนสด ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?

หัวข้อเปรียบเทียบ
TheraFill คอลลาเจน
ฟิลเลอร์ HA
ส่วนประกอบ
คอลลาเจน Type I
Hyaluronic Acid
กลไกการทำงาน
กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ + เติมเต็มผิวอิ่มฟู
เติมเต็มและดูดซับน้ำ
ผลลัพธ์ทันที
เห็นได้ทันทีแต่ค่อย ๆ ดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์
เห็นผลหลังทำทันที
ความเป็นธรรมชาติ
ดูละมุน เป็นธรรมชาติ
เป็นธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับเทคนิคแพทย์และปริมาณการใช้
อยู่ได้นานแค่ไหน
6-9 เดือน
6-24 เดือนขึ้นกับแต่ละยี่ห้อ
การกระตุ้นผิว
กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่
ไม่กระตุ้น แต่เติมเต็ม เพิ่มวอลลุ่ม ปรับแต่งทรงได้
TheraFill อยู่ได้นานแค่ไหน
TheraFill อยู่ได้นานแค่ไหน

คอลลาเจนสด ราคาเท่าไหร่?

ราคาเฉลี่ยในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 18,000 บาท ต่อ 1 CC (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละคลินิกและความชำนาญของแพทย์)

เห็นผลเมื่อไหร่? อยู่ได้นานแค่ไหน?

เห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 70-80% และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่อตัวยาเซตตัวใน 1-2 สัปดาห์ ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 6 – 9 เดือน และอาจอยู่นานขึ้นหากมีการฉีดกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง

คอลลาเจนสด ควรฉีดกี่ครั้ง?

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นสามารถฉีดกระตุ้นปีละ 1-2 ครั้งเพื่อคงสภาพผิวเด็กไว้

การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำ ก่อนทำ

งดวิตามินและยาที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก (เช่น Fish Oil, Aspirin) อย่างน้อย 1 สัปดาห์

หลังทำ

  • งดนวดคลึงบริเวณที่ฉีด 24 ชม. แรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด (ซาวน่า, เลเซอร์ความร้อนสูง) 1-2 สัปดาห์
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและคอลลาเจนทำงานได้ดีขึ้น
therafill คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ฉีด คอลลาเจนสด เจ็บไหม?

เจ็บน้อยมาก เพราะก่อนทำจะมีการแปะยาชา และในตัวยา คอลลาเจนสด เองมีส่วนผสมของยาชาเล็กน้อยเพื่อช่วยให้สบายผิวขณะฉีด

ไม่แข็งและไม่เป็นก้อน เนื่องจากคอลลาเจนมีความนิ่มและเนียนไปกับชั้นผิวตามธรรมชาติได้ดีกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปมาก

ใต้ตา คือตำแหน่งอันดับหนึ่ง รองลงมาคือริ้วรอยตื้นๆ รอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้มชั้นตื้น

ไม่ต้องพักฟื้น อาจมีรอยแดงจากเข็มเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองใน 1-3 ชม. สามารถไปธุระต่อได้เลย

เริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 20 ปลายๆ ที่เริ่มกังวลเรื่องใต้ตาโทรม ไปจนถึงวัย 50+ ที่มีปัญหาผิวฝ่อตัว

สามารถฉีดได้ เช่น ฉีดร่วมกับโบท็อกซ์เพื่อริ้วรอยที่เป๊ะขึ้น หรือฉีดหลังทำ Rejuran เพื่อเน้นงานผิวฉ่ำวาวร่วมกับความฟู

ฉีดได้ หากฟิลเลอร์เดิมยังเหลืออยู่นิดหน่อยก็สามารถใช้ TheraFill มาฉีดทับในชั้นตื้นเพื่อเก็บรายละเอียดงานผิวให้เนียนขึ้นได้

ควรเลือกคลินิกที่ตรวจสอบกล่องยาได้ว่าเป็นของแท้ (ผ่าน อย. ไทย) และต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญด้านกายวิภาครอบดวงตาเท่านั้น

สรุป

คอลลาเจนสดTheraFill คือทางออกสำหรับคนที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวแบบ “ละมุนและปลอดภัย” โดยเฉพาะปัญหาใต้ตาที่จัดการยาก หากคุณเบื่อกับการต้องโบกคอนซีลเลอร์หนาๆ คอลลาเจนสดตัวนี้คือคำตอบที่จะทำให้คุณกล้าเผยหน้าสดได้อย่างมั่นใจ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : เรื่องการสูญเสียคอลลาเจนเมื่ออายุเพิ่มขึ้น National Institute on Aging (NIH)

Doctor Tony Clinic
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.