Soft filler คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?

soft filler
ผู้เขียน : ทีมแพทย์ DoctorTony Clinicหมวดหมู่ : ผิวพรรณอัปเดตล่าสุด : 9 กุมภาพันธ์ 2026

ในยุคที่เทรนด์ความงามเปลี่ยนจาก “หน้าตึงเป๊ะ” มาเป็น “งานผิวสุขภาพดี (Skin Quality)” ทำให้การฉีดฟิลเลอร์แบบเดิมที่เน้นการปั้นทรงแข็งๆ เริ่มลดความนิยมลง และถูกแทนที่ด้วย Soft Filler ซึ่งเน้นความเป็นธรรมชาติสูงสุด ผิวดูอิ่มน้ำเหมือนดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว เหมาะมากกับยุคที่คนอยากดูดีขึ้นแต่ไม่อยากให้ใครดูออกว่า “ไปทำหน้ามา”

soft filler 5

Soft Filler คืออะไร?

คือสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่ถูกออกแบบมาให้มีโมเลกุลขนาดเล็ก เนื้อละเอียด และมีความยืดหยุ่นสูงมาก ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปมักเน้นการสร้าง “ปริมาตร” (Volume) แต่ เน้นการ “กลืนไปกับผิว” (Integration) ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อ แต่คือการเรียก “ลักษณะเนื้อฟิลเลอร์” ที่นิ่มและกระจายตัวได้ดี ซึ่งแต่ละยี่ห้อ (เช่น Restylane, Belotero, Juvederm) ต่างก็มีรุ่นที่เป็น Soft ของตัวเอง

ซอฟท์ฟิลเลอร์ ไม่ได้เป็นคำจำกัดความทางการแพทย์โดยตรง แต่มักถูกใช้ในเชิงการสื่อสารหรือการตลาด เพื่ออธิบายฟิลเลอร์ที่ให้ผลลัพธ์เน้นงานผิว เช่น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มฟู มีเนื้อฟิลเลอร์ที่นิ่มกว่า หรือให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ รวมถึงบางครั้งถูกใช้เพื่อสื่อถึงฟิลเลอร์ที่มีอายุการคงอยู่สั้นกว่าฟิลเลอร์ชนิดที่ใช้เพิ่มโครงสร้างใบหน้า

ในทางการแพทย์ ฟิลเลอร์ทุกประเภทไม่ว่าจะถูกนำมาใช้เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิว เติมเต็มริ้วรอย หรือเพิ่มปริมาตรใบหน้า จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันคือ Dermal Filler หรือ Soft Tissue Filler ซึ่งอาจมีการเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามบริบท เช่น Filler, Injectable Filler, Facial Filler หรือ Wrinkle Filler แต่โดยหลักการแล้วล้วนหมายถึงสารเติมเต็มชนิดเดียวกันที่ใช้เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและคุณภาพผิวหนังนั่นเอง

Soft Filler ทำงานอย่างไร?

ทำงานผ่านคุณสมบัติหลักของสาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายและมีความสามารถในการอุ้มน้ำสูงมาก เมื่อฉีดเข้าสู่ผิว สาร HA จะช่วยดึงและกักเก็บน้ำไว้ภายในเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูชุ่มชื้น อิ่มฟู และมีความฉ่ำวาวจากภายใน ส่งผลให้ผิวที่เคยแห้งหรือดูโทรมกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างเซลล์ผิวในชั้นหนังแท้ ทำให้โครงสร้างผิวที่เริ่มฝ่อตัวตามวัยได้รับการพยุงและฟื้นฟู ส่งผลให้ผิวมีความเต่งตึงและดูแน่นขึ้นโดยไม่ทำให้ผิวแข็งหรือผิดธรรมชาติ พร้อมช่วยปรับสภาพผิวโดยรวมให้เรียบเนียนขึ้น ลดความหยาบกร้าน และทำให้รูขุมขนดูละเอียดลงอย่างเห็นได้ชัด

จุดเด่นสำคัญ คือเนื้อฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถกลืนไปกับผิวได้ดี ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ แม้ในขณะขยับหรือแสดงสีหน้า ผิวก็ยังดูเรียบเนียนและสดใสเหมือนผิวสุขภาพดีจากภายใน

Soft Filler ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

  • ผิวแห้ง ขาดน้ำ : เติมความชุ่มชื้นแบบเร่งด่วนที่ครีมบำรุงทำไม่ได้
  • รูขุมขนกว้าง : ปรับความละเอียดของผิวให้เนียนกริบ
  • ริ้วรอยตื้นๆ : เช่น รอยย่นเวลาพับหน้า หรือริ้วรอยเล็กๆ ทั่วใบหน้า
  • ผิวโทรม : ฟื้นฟูผิวที่ดูหมองคล้ำให้กลับมาสดใส
  • ร่องเล็กๆ : ใต้ตาที่ดูเหนื่อยล้า หรือร่องแก้มที่พึ่งเริ่มเป็นเส้นตื้นๆ
  • รอยย่นลำคอและหลังมือ : สองจุดนี้ผิวบางมาก ต้องใช้เนื้อ Soft เท่านั้นถึงจะดูเนียนไม่เป็นก้อน

ตำแหน่งที่นิยมฉีด

  • ใต้ตา : เพื่อเก็บรายละเอียดรอยย่นและรอยคล้ำ
  • แก้มชั้นตื้น : เติมความใสให้พวงแก้มดูอิ่มน้ำ (Glass Skin)
  • คอและหลังมือ : ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นตามวัย
  • ทั่วใบหน้า : ฉีดแบบกระจายเพื่อเป็น Skin Booster

Soft Filler ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร

หัวข้อเปรียบเทียบ
Soft Filler
ฟิลเลอร์ทั่วไป
ลักษณะเนื้อฟิลเลอร์
เนื้อนิ่ม ละเอียด ยืดหยุ่นสูง กระจายตัวได้ดี
เนื้อแน่น คงรูปสูง ยึดเกาะตัวกันดี
ระดับชั้นผิวที่ฉีด
ฉีดในชั้นผิวตื้น (Superficial Dermis)
ฉีดชั้นลึก หรือระดับติดกระดูก
วัตถุประสงค์หลัก
ฟื้นฟูคุณภาพผิว เติมความชุ่มชื้น
เพิ่มปริมาตร ปรับโครงหน้า และยกกระชับ
ผลลัพธ์ที่ได้
ผิวฉ่ำวาว อิ่มน้ำ ผิวดูละเอียดและเป็นธรรมชาติ
รูปหน้าคมชัด มีมิติ และโครงหน้าชัดเจน
ความสามารถในการปั้นทรง
ไม่เน้นปั้นทรง เน้นงานผิวและความอิ่มฟู
ใช้ปั้นโครงหน้า เช่น คาง จมูก โหนกแก้ม กรอบหน้า
ความแนบเนียนกับผิว
กลืนไปกับผิวสูงมาก เคลื่อนไหวหรือแสดงสีหน้าก็ดูเป็นธรรมชาติ
คงรูปชัด เหมาะกับงานสร้างโครงสร้างใบหน้า
เหมาะกับปัญหาแบบใด
ผิวแห้ง ขาดน้ำ ริ้วรอยตื้น รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน
หน้าตอบ หน้ายุบ โครงหน้าไม่ชัด หน้าหย่อนคล้อย
ลักษณะผลลัพธ์โดยรวม
งานผิวสุขภาพดี ดูสดใสแบบธรรมชาติ
งานโครงหน้า ช่วยเปลี่ยนรูปหน้าให้เห็นชัด

เหมาะกับใครบ้าง?

  • คนที่ผิวแห้งกร้าน แต่งหน้าไม่ติด
  • คนเริ่มมีริ้วรอยแรกเริ่ม (First sign of aging)
  • คนที่กลัวการฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าดู “ปลอม” หรือหน้าบวมเป่ง
  • คนที่เคยฉีดฟิลเลอร์เนื้อแน่นแล้วรู้สึกว่าผิวดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่ต้องการแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยมากๆ (ควรใช้เครื่องยกกระชับหรือฟิลเลอร์เนื้อแน่นช่วย)
  • คนที่ต้องการเปลี่ยนรูปหน้าชัดเจน เช่น อยากได้คางยาวหรือจมูกโด่ง
  • คนที่มีภาวะผิวแพ้ง่ายหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีด

ใช้กี่ CC ถึงเห็นผล?

ปริมาณการใช้ ฟิลเลอร์เนื้อบางเบา จะขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และตำแหน่งที่ฉีด โดยทั่วไปบริเวณใต้ตามักใช้ประมาณข้างละ 0.5 – 1 CC เพื่อช่วยลดรอยคล้ำและริ้วรอยตื้น ๆ ให้ผิวดูสดใสขึ้น ส่วนบริเวณแก้มหรือการฉีดกระจายทั่วใบหน้าเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิว มักใช้ประมาณ 1 – 2 CC ต่อครั้ง ขณะที่บริเวณลำคอซึ่งเป็นผิวบางและเกิดริ้วรอยได้ง่าย มักใช้ประมาณ 1 – 2 CC เช่นกัน

อยู่ได้นานแค่ไหน?

  • ระยะเวลา: โดยเฉลี่ยประมาณ 6 – 9 เดือน
  • ปัจจัยที่ทำให้สลายเร็ว: ความร้อน (ซาวน่า, เลเซอร์บ่อยๆ), การดื่มน้ำน้อย และไลฟ์สไตล์ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • การเติมซ้ำ: แนะนำให้เติมทุก 6 เดือนเพื่อคงความฉ่ำวาวต่อเนื่อง

อันตรายหรือไม่?

หากเป็น HA แท้ ที่ผ่าน อย. และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะมีความปลอดภัยสูงมาก เพราะสามารถสลายตัวได้เอง 100% สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ ” ฟิลเลอร์ปลอม ” และ ” หมอกระเป๋า ” ครับ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

  • บวม/ช้ำ: เกิดขึ้นได้ปกติ 2-3 วันแรก
  • เป็นก้อน: หากฉีดผิดชั้นผิว หรือใช้ปริมาณมากเกินไปในจุดเดียว
  • ฟิลเลอร์ไหล: เกิดจากการเลือกเนื้อฟิลเลอร์ผิดประเภทมาฉีดในจุดที่เคลื่อนไหวเยอะ
  • อาการที่ควรรีบพบแพทย์: ปวดบวมแดงร้อนผิดปกติ หรือผิวเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง/ดำ
soft filler 7

การเตรียมตัวก่อนฉีด

  • งดยาในกลุ่มแอสไพริน, NSAIDs และอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดยาก (น้ำมัน
  • ปลา, วิตามินอี, แปะก๊วย) อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนทำ

การดูแลตัวเองหลังฉีด

  • 24 ชม. แรก: งดล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น งดแต่งหน้าหนักๆ
  • 48 ชม. แรก: งดออกกำลังกายหนักๆ และงดดื่มแอลกอฮอล์
  • การดูแลผิว: ดื่มน้ำมากๆ (สำคัญมาก) เพื่อให้ HA อุ้มน้ำได้ดีขึ้น

Soft Filler ควรทำคู่กับหัตถการอะไรดี?

  • เครื่องยกกระชับ ( Ulthera /HIFU ): เพื่อยกโครงสร้างหน้าก่อน แล้วใช้ ฟิลเลอร์เนื้อบางเบา เก็บงานผิว
  • Biostimulator: เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว
  • Skin Booster : เพื่อดับเบิ้ลความฉ่ำวาวให้ผิวถึงขีดสุด

Soft Filler กับงานผิว ทำไมเป็นที่นิยม

เพราะเทรนด์ปัจจุบันคือ “Quiet Beauty” ความสวยที่ดูแพงคือผิวที่ดูสุขภาพดีโดยไม่มีร่องรอยของการทำศัลยกรรม ฟิลเลอร์เนื้อบางเบา ตอบโจทย์นี้ที่สุดเพราะมันเนียนไปกับทุกการขยับของใบหน้า

ราคาเท่าไหร่?

โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 18,000 บาท ต่อ 1 CC โดยราคาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อของฟิลเลอร์ คุณภาพของตัวยา ประสบการณ์ของแพทย์ รวมถึงมาตรฐานและความปลอดภัยของคลินิกที่ให้บริการ

อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังโปรโมชั่นที่มีราคาถูกกว่ามาตรฐานมาก เช่น ช่วงราคา 3,000 – 5,000 บาทต่อ CC เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงในการใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ในระยะยาวได้

เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย?

  • ตรวจเช็ก อย.: ต้องมีสลากภาษาไทยและเลข อย. กำกับ
  • เช็กกล่อง: แพทย์ควรแกะกล่องให้ดูต่อหน้า และให้กล่อง/สติกเกอร์กลับบ้านเพื่อเช็กเลข Lot
  • เลือกแพทย์: ต้องมีความชำนาญด้านการฉีดชั้นตื้นโดยเฉพาะ

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)?

  • ฉีดแล้วหน้าจะบวมไหม: บวมเล็กน้อยเหมือนเข็มจิ้ม แต่จะยุบเองใน 2-3 วัน
  • ดูโป๊ะไหม: ไม่โป๊ะแน่นอน เพราะเนื้อฟิลเลอร์นิ่มมาก
  • ทำพร้อมโบท็อกได้ไหม: ทำได้ครับ และจะช่วยให้ผิวดูเนียนกริบยิ่งขึ้น

สรุป

Soft Filler คือทางลัดสู่ผิวสวยสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับคนที่เน้นงานผิวละเอียด ฉ่ำวาว และต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การวิเคราะห์ของแพทย์” ว่าผิวของคุณควรใช้เทคนิคการฉีดแบบไหนและปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด

แหล่งอ้างอิง

Doctor Tony Clinic
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.